วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการฝึกซ้อมเฉพาะหน้าที่ภายใต้การบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติด้านสาธารณภัย ประจำปี 2569 (Crisis Management Exercise : C-MEX26) กรณีอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมของทุกหน่วยงานในการบริหารจัดการสถานการณ์สาธารณภัย ยกระดับการบูรณาการการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือภัยพิบัติให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
รัฐบาลเน้นบริหารจัดการเชิงรุก
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงรุกมากกว่าการแก้ไขปัญหาภายหลังเกิดเหตุ การฝึกซ้อมครั้งนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการทดสอบระบบบัญชาการเหตุการณ์ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การบริหารทรัพยากร และการสื่อสารในภาวะวิกฤต เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์จริง
“การบริหารจัดการสาธารณภัยที่มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจากการเตรียมพร้อม ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงแก้ไข การฝึกซ้อมในวันนี้จะช่วยให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ตัดสินใจได้รวดเร็ว และสามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
จำลองสถานการณ์น้ำท่วมสงขลาครบทุกมิติ
การฝึกซ้อม C-MEX26 ครั้งนี้ เป็นการจำลองสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ครอบคลุมการบริหารจัดการสาธารณภัยในทุกมิติ ตั้งแต่การประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนภัย การบัญชาการเหตุการณ์ การอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิง การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การสื่อสารข้อมูลกับประชาชน ตลอดจนการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศในการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานนำผลการฝึกซ้อมไปปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและแผนบริหารจัดการสาธารณภัยให้มีความทันสมัย พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ระบบบัญชาการ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
เตรียมพร้อมรับมือทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งจากเอลนีโญ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ในขณะนี้ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ แต่สิ่งที่ต้องติดตามควบคู่กัน คือแนวโน้มความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค และเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลด้านสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทบทวนแผนบริหารจัดการสาธารณภัยให้สอดรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
“วันนี้เราไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือเฉพาะน้ำท่วม แต่ต้องเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือทุกภัยพิบัติในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแล้ง หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมมองว่าการบริหารจัดการสาธารณภัยต้องเป็น วาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน เพราะการเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการปกป้องชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
มอบนโยบายเชิงรุกสู่การปฏิบัติ
ภายหลังการฝึกซ้อม นายเจเศรษฐ์ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเน้นย้ำการทำงานเชิงรุก การบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน และการเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยในทุกมิติ เพื่อให้สามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมต่างให้การตอบรับนโยบายเป็นอย่างดี พร้อมแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเห็นพ้องว่าการป้องกันและการเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัยคือหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสีย และพร้อมร่วมกันยกระดับการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการสาธารณภัยที่มีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน



