ปชป.สัมมนาหาดใหญ่ เอกชนครวญหมดโปรพักหนี้ เศรษฐกิจยังซบเซา
ปชป.สัมมนาหาดใหญ่ เอกชนครวญหมดโปรพักหนี้ ศก.ซบเซา

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จัดการสัมมนา สส.และสมาชิกพรรคที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2569 เพื่อระดมความคิดเห็นจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจในการรับมือภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยมีผู้เข้าร่วมจากสมาคมโรงแรม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ สภาเศรษฐกิจ สมาพันธ์ SMEs มูลนิธิช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ อาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา รวมถึงนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

4 ประเด็นสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบยก

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การสัมมนามุ่งเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การตรวจสอบการเยียวยาฟื้นฟู เช่น การซ่อมแซมบ้านเรือนและสินเชื่อต่างๆ ว่าสถานะปัจจุบันเป็นอย่างไร 2. การเตรียมตัวป้องกันในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ทั้งงบประมาณและงบฉุกเฉิน 3. การเตรียมความพร้อมของเมืองเพื่อรับมือปัญหาในอนาคต และ 4. ข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการพัฒนาเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากภัยพิบัติและสร้างโอกาสใหม่ให้กับหาดใหญ่ สงขลา และภาคใต้

ประชาชนตกหล่นยังไม่ได้รับเงินเยียวยา

นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ยังมีประชาชนตกหล่นไม่ได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วมเมื่อปี 2568 อีกประมาณ 1,000 คน ซึ่งกำลังรอการอุทธรณ์คำร้อง แต่หน่วยงานรัฐยังไม่ตอบว่าสามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นปัญหาการตีความกฎหมาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายอดิศักดิ์ รัตนะ ในนามภาคประชาชน กล่าวว่ารัฐบาลควรผลักดันเงินเยียวยา 9,000 บาท แต่เงินช่วยเหลือส่วนใหญ่จากท้องถิ่นยังไม่จ่ายตั้งแต่ปี 2567 โดยอ้างว่าไม่มีการเรียกร้องจากประชาชน ซึ่งท้องถิ่นไม่ได้ออกสำรวจพื้นที่ โดยภาพรวมจังหวัดสงขลายังมีประชาชนไม่ได้รับเงินอีกกว่า 4,000 คน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภาคธุรกิจเดือดร้อนหลังหมดมาตรการพักหนี้

นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ กล่าวถึงปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของภาครัฐว่า สินเชื่อที่อนุมัติมีการพักดอกเบี้ย 6 เดือน และพักเงินต้น 1 ปี แต่การเข้าถึงยังยากเพราะธนาคารตรวจสอบเครดิตบูโร เขาเสนอให้ลดหย่อนเกณฑ์และตรวจสอบอัตราความสำเร็จของโครงการย้อนกลับไปที่ธนาคารพาณิชย์ มิฉะนั้นจะเป็นระเบิดเวลา เพราะขณะนี้หมดเวลาพักดอกเบี้ยแล้ว แต่เศรษฐกิจในสงขลาและหาดใหญ่ยังซบเซา ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระดอกเบี้ย ขณะที่กำลังซื้อหายไป และธุรกิจโรงแรมกังวลถึงน้ำท่วมในเดือนพฤศจิกายน จึงอยากให้ทุกฝ่ายสร้างความมั่นใจด้วยแผนป้องกัน

ข้อเสนอจากนักวิชาการและนักศึกษา

อาจารย์พัตรธีรา สุวรรณวศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และนายนวพล เพ็ชรทูล ผู้แทนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เรียกร้องให้ผู้นำท้องถิ่นหรือรัฐบาลสำรวจพื้นที่ปลอดภัยน้ำไม่ท่วมในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่อพยพที่มีความพร้อม รวมถึงความชัดเจนของ “หาดใหญ่โมเดล” เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าต้องอพยพไปจุดใด เนื่องจากนักศึกษาใหม่ยังไม่ทราบการเตรียมตัว

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่เผยเงินสะสมหมด

นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือนายกแป้น ชี้แจงว่า พื้นที่ต้องการขยายแก้มลิงเก็บน้ำและลอกคูคลองระบายน้ำยาว 430 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันลอกได้เพียง 200 กว่ากิโลเมตร โดยได้ตั้งงบประมาณเพิ่ม 50 ล้านบาทเพื่อลอกอีก 80 กิโลเมตร แต่ยังเหลืออีก 100 กว่ากิโลเมตรที่ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนน้ำมา มิฉะนั้นน้ำจะล้นเข้าบ้านเหมือนที่ภูเก็ต ขณะนี้เงินสะสมหมดแล้ว และยังไม่ได้รับงบประมาณจากงบกลาง

สรุปบทเรียนและข้อเสนอแนะ

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ กล่าวถึงแผนรับมือเบื้องต้นว่า เห็นตรงกันว่า 1. ไม่มีการประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชนในเขตหาดใหญ่ 2. ไม่มีสถานที่พักพิงในยามเกิดอุทกภัย ต้องขอยกเว้นระเบียบ เช่น การนำเครื่องสูบน้ำของชลประทานมาตั้งในพื้นที่ โดยให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการและทำงบประมาณ รวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางน้ำที่ไหลผ่านหาดใหญ่ออกสู่ทะเลสาบสงขลา ต้องกำหนดการปรับผังเมืองต่อไป

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อและอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สงขลาเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมที่สุดในภาคใต้ แต่ปัญหาน้ำท่วมเกิดจากการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดจากกระบี่ ซึ่งเป็นการบริหารของกระทรวงมหาดไทยที่ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่สนใจการทำงาน การบริหารจัดการจึงเป็นเรื่องสำคัญ นายอภิสิทธิ์จะรวบรวมข้อเสนอและนำเสนอต่อรัฐบาล โดยหวังว่าอย่าให้มีน้ำท่วมอีกและอย่าให้มีการเลือกตั้งเพราะจะมีการโยกย้ายผู้ว่าราชการอีก