เครือข่ายสหกรณ์โคนมจากหลายจังหวัดยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา คัดค้านร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผ่านมติวุฒิสภาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วนคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ที่มีภาคเอกชนครอบงำ พร้อมขอให้ทบทวนการจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียนและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาน้ำนมดิบตกต่ำ
ตัวแทนเกษตรกรชี้ผลกระทบจากโควตานมโรงเรียนลดลง
นายธีระชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์คฯ เปิดเผยว่า กลุ่มสหกรณ์มีเกษตรกรกว่า 3,000 ครอบครัว ปัจจุบันองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) แจ้งว่าไม่สามารถรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินจากข้อตกลง MOU ได้อีกประมาณ 80-90 ตันต่อวัน ส่งผลกระทบทั่วประเทศ สาเหตุหลักจากเศรษฐกิจชะลอตัว เกษตรกรลดการผลิต และโควตานมโรงเรียนลดลงเหลือเพียง 90 ตันต่อวัน จากที่ยื่นขอไว้ 265 ตัน ปัจจุบันรับซื้อน้ำนมดิบวันละ 400 ตัน หากไม่ได้รับโควตาเพิ่ม เกษตรกรต้องขายน้ำนมดิบในราคาต่ำกว่าโควตา สูญเสียรายได้รวม 4-5 ล้านบาทต่อเดือน หรือสะสมกว่า 50 ล้านบาท
สว.เศรณีตำหนิอธิบดีสองกรมเอื้อเอกชน
นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาใหญ่เกิดจากคณะกรรมการมิลค์บอร์ดที่มีผู้ประกอบการส่วนได้ส่วนเสีย ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้ทุนเอกชน โดยเฉพาะการเปิดเสรีนำเข้านมผงจากต่างประเทศภาษี 0% ต้นทุนกิโลกรัมละ 15 บาท นำมาละลายน้ำทำโปรโมชั่นตัดราคาตลาด ขณะที่น้ำนมดิบแท้ของเกษตรกรและ อ.ส.ค. ถูกจำกัดสิทธิ์และริบโควตา ส่งผลให้ อ.ส.ค. และสหกรณ์หนองโพมีน้ำนมดิบค้างสต็อกมหาศาล หนี้สินรวมกว่า 6,000-7,000 ล้านบาท
นายเศรณีกล่าวถึงโครงการนมโรงเรียนที่มีงบประมาณปีละ 1.4 พันล้านบาท แต่จัดสรรไม่ลงตัว เกิดการทะเลาะแย่งชิงผลประโยชน์ จนเด็กนักเรียนไม่ได้ดื่มนม ภาครัฐกลับแก้ปัญหาด้วยการแจกนมกระดาษหรือส่งบิลย้อนหลังเพื่อเบิกเงิน ทั้งที่เด็กไม่ได้กินนม สร้างความเสียหายต่อรัฐและเยาวชน
เรียกร้องให้ อ.ส.ค. ได้รับสิทธิ์นมโรงเรียนก่อน
นายเศรณีเสนอว่า กระทรวงเกษตรฯ ควรตัดสินใจซื้อนมจากสหกรณ์ไทยให้เด็กกินใน 3 เดือนแรกที่ยังจัดสิทธิ์ไม่ลงตัว แทนที่จะกลัวเอกชนจะเสียหาย ขณะที่เอกชนร่ำรวยจากนโยบายเอื้อประโยชน์มานาน เขายังตำหนิกรมปศุสัตว์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่เข้มงวดตรวจสอบเกษตรกรรายย่อยเพื่อตัดสิทธิ์โควตา แต่กลับไม่ตรวจสอบโรงงานเอกชนรายใหญ่ และมีข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ สหกรณ์ชาวบ้านจะล้มหายตายไป และ อ.ส.ค. หรือนมตราวัวแดงจะสิ้นสภาพ ประเทศไทยต้องพึ่งพานำนเข้านมผง 100%
นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้พิจารณา โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางแก้ไขภายใต้อำนาจหน้าที่ และนำปัญหาสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม



