ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป หลังจากที่ศาลรับคำร้องจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 40 คน ที่ยื่นให้ศาลวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 เนื่องจากยังถือหุ้นในบริษัทสื่อมวลชนอยู่

รายละเอียดคำร้อง

ผู้ยื่นคำร้องอ้างว่านายกฯ ยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท เอส.ซี.แอสเซท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อมวลชน โดยถือหุ้นผ่านบุคคลอื่นหรือนอมินี ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ในคดีที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบต่อการบริหารประเทศ

การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีที่เหลือต้องปฏิบัติหน้าที่แทนชั่วคราว โดยมีรองนายกรัฐมนตรีคนแรกเป็นผู้รักษาการแทน อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายต่างๆ อาจชะลอตัวลง เนื่องจากขาดผู้นำสูงสุดในการตัดสินใจ นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจประเมินว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

นายกรัฐมนตรีกล่าวผ่านทนายความว่า "ผมเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจะไม่ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม" ขณะที่ฝ่ายค้านแสดงความพอใจกับคำสั่งนี้ โดยมองว่าเป็นชัยชนะของความถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านนักวิชาการทางรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "คำสั่งนี้แสดงให้เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญยังคงทำหน้าที่เป็นดุลยภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขั้นตอนต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมในวันที่ 3 กันยายนนี้ ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยขั้นสุดท้ายภายใน 30 วัน หากศาลวินิจฉัยว่านายกฯ ขาดคุณสมบัติจริง จะส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และคณะรัฐมนตรีต้องลาออกทั้งคณะตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ