คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติวงเงินงบประมาณจำนวน 21,000 ล้านบาท สำหรับดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 51 จังหวัดทั่วประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ว่า งบประมาณดังกล่าวครอบคลุมการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย การจ่ายค่าครองชีพชั่วคราว และการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ประสบภัย
รายละเอียดงบประมาณช่วยเหลือน้ำท่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วงเงิน 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังและบางส่วน วงเงิน 8,000 ล้านบาท 2) ค่าครองชีพสำหรับผู้ประสบภัย วงเงิน 7,000 ล้านบาท และ 3) การฟื้นฟูเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พื้นที่ประสบภัยและมาตรการเร่งด่วน
อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 2 ล้านครัวเรือนใน 51 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี ครม. ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแจกจ่ายถุงยังชีพและให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ในพื้นที่วิกฤต
การเยียวยาและฟื้นฟูระยะยาว
นอกจากงบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว รัฐบาลยังมีแผนฟื้นฟูระยะยาว โดยจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมถาวรในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการปรับปรุงระบบพยากรณ์อากาศและเตือนภัยล่วงหน้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้โดยเร็ว"
การอนุมัติและขั้นตอนต่อไป
งบประมาณดังกล่าวจะถูกเสนอต่อสำนักงบประมาณเพื่อตรวจสอบและดำเนินการเบิกจ่ายต่อไป โดยคาดว่าผู้ประสบภัยจะเริ่มได้รับเงินช่วยเหลือภายใน 2 สัปดาห์นับจากวันอนุมัติ ครม. ยังได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มเติม



