เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นว่าเกิดจากความขัดแย้งสายสีน้ำเงิน แนะนำให้ทบทวนมาตรการไม่ให้กระทบคนสุจริต
นายกฯโต้ข้อกล่าวหาสีน้ำเงิน
นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน เป็นระบบสอบของทางราชการ อย่าไปสรุปอย่างนั้น ปัจจุบันมี 7 หน่วยงานที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเอาผิด ถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เอาผิดกับผู้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย
นายกฯกล่าวต่อว่า นี่เป็นระบบที่ตนยกเลิกไปแล้ว 3 ปี และตอนนี้มีการสอบ โดยใช้ทีโออาร์ใหม่ ทำให้ยากขึ้น แต่ผู้กระทำผิดอุกอาจเข้าไปแก้ในระบบไฟล์คอมพิวเตอร์ คงตื่นตระหนกจนทำอะไรได้ก็ทำ เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ การเข้าไปในคอมพิวเตอร์หรือไฟล์ต้องมีวันเวลา มันไม่พ้นหรอก หน้าที่ของ 7 หน่วยงานที่ตนตั้งขึ้นมาให้ลงนาม MOU ในการปราบปราม คิดอยู่แล้วว่าต้องเกิดแน่ๆ ถึงตั้งหน่วยงานเหล่านี้ขึ้นมา
เร่งฟื้นภาพลักษณ์มหาดไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงการฟื้นฟูภาพลักษณ์กระทรวงมหาดไทยที่ประชาชนมองด้านลบ นายกฯกล่าวว่า ต้องเร่ง โดยยึดถือกฎเกณฑ์การสอบ แต่คนที่ทำผิดมองเห็นผลประโยชน์มากกว่าความถูกต้อง คิดว่าสิ่งที่เคยทำในอดีตสามารถทำได้ แต่การป้องกันในการสอบล่าสุดตามทีโออาร์แทบไม่มีคนกล้าเข้ามา โดยให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ดำเนินการ ซึ่งทำได้ดี สมัยก่อนข้อสอบตรวจกันที่จังหวัด แต่ตอนนี้มาตรวจส่วนกลาง เก็บไว้มิดชิดแน่นหนา แต่ในทีโออาร์เหมือนเขียนการทำลายข้อสอบหรือชีทว่าจะทำลายทุกปี
นายกฯเผยว่า ผู้กระทำผิดคงหวังว่าคงปิดอะไรได้ เพราะมีการสอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ผ่านมา 6 เดือน ลากๆ ไปอีก 6 เดือน ต้นขั้วคงถูกทำลายไป พิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมา ทุกหน่วยงานก็เข้าไปยันไว้ก่อน ข้อสอบต้นขั้วถูกอายัดแล้ว จัดทำเป็นไฟล์ไว้หมด ส่วนการเข้าไปแก้ไฟล์ใหญ่ในคอมพิวเตอร์ยิ่งชัด เพราะต้นขั้วเป็นคะแนนแบบหนึ่ง แต่ในคอมพิวเตอร์เป็นอีกแบบหนึ่ง ดูพฤติกรรมตรงนี้ก็รู้ว่าเป็นเรื่องที่กระทำโดยไม่สุจริตแน่นอน
มั่นใจถอนรากขบวนการทุจริต
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถถอนรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นได้ นายอนุทินระบุว่า ต้องมั่นใจ เพราะพวกตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ก็ทุบอย่างเดียว ใครทำผิดบอกแล้วทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าทำในโครงสร้างพื้นฐานระบบราชการ “คุณซื้อขายตำแหน่ง ตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ โอ้โห พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่วตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาตั้ง 30 ปีให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ ผมก็ไม่เข้าใจ ที่ผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการ ไม่มีการเมือง ไม่มีอะไร ใครทำผิด โดนใครก็คนนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องไม่ช่วยใครผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา”
อำนาจเจ้ากระทรวงถูกท้าทาย?
เมื่อถามว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พอเกิดประเด็นนี้ขึ้นมารู้สึกฉุนมากหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ไม่ใช่ฉุนอย่างเดียว และตนเป็นคนยกเลิก อั้นมา 3 ปี การสอบเที่ยวนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการสอบท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะข้าราชการกระทรวงมหาดไทยต้องผ่านช่องทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งมีมาตรฐานทางราชการ แต่นี่เป็นการสอบท้องถิ่น กระบวนการใครตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ตน มีกฎหมายการกระจายอำนาจ ทุกอย่างมีคณะกรรมการ ก็ต้องไปดูตรงนั้น
“ผมทราบเรื่องก็บอกให้ชะลอการบรรจุ พอผมชะลอการบรรจุ กสถ. (คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น) ก็บอกไม่ชะลอ ให้บรรจุเลย นี่ไงผมยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลย เพราะผมได้ทำในขอบเขตอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่คนนั้นก็ต้องไปรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่าเขามาก้าวก่ายอำนาจของผม อำนาจใครอำนาจมัน แต่ในส่วนของผมได้ Protect ไว้หมดแล้ว พอผม Protect แล้ว ต่อจากนี้ไปใครผิด ผมก็ร่วมกันฟาดก็แค่นั้น”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าแบบนี้ถือเป็นการดื้อต่ออำนาจเจ้ากระทรวงหรือไม่ นายกฯระบุว่า เขาไม่ใช่ลูกน้องตน กรรมการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนที่อยู่ในกรรมการนี้ก็ทำตามข้อสั่งการของตนทุกคน



