เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และนายชุมพล รุ่งวิชานิวัฒน์ ผู้สมัคร สก.เขตจตุจักร หมายเลข 2 ลงพื้นที่ช่วงเที่ยงที่ Sun Plaza เพื่อหาเสียงกับประชาชนคนทำงาน พ่อค้าแม่ค้า ในช่วงพักกลางวัน โดยได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก ซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ปัญหาเศรษฐกิจและการปากท้องอันดับหนึ่งของคนกรุง
นายอนุชากล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจและการปากท้องเป็นเรื่องที่ชาวกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่สะท้อนว่า ต้องการเห็นมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวและยั่งยืน “ไม่ใช่โครงการระยะสั้น ที่ทำให้เศรษฐกิจคึกคักเฉพาะช่วงต้นเดือน แต่กลับซบเซาในช่วงกลางเดือนหรือปลายเดือน พรรคประชาธิปัตย์จึงมุ่งเน้นการออกแบบนโยบายที่สร้างผลประโยชน์ร่วมกันทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง” นายอนุชากล่าวย้ำ
เดินหน้านโยบายปราบโกงด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลโปร่งใส
นายอนุชายังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยประชาชนระบุว่าอยากเห็นสังคมมีความโปร่งใส และสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้านโยบายนี้ต่อไป ซึ่งทางพรรคได้บรรจุเรื่องนี้เป็น 1 ใน 5 นโยบายหลัก ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) “เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอแพลตฟอร์มการเปิดเผยข้อมูลของรัฐที่จับต้องได้และตรวจสอบได้ ในอดีต กทม. อาจไม่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้ แต่ปัจจุบันเมื่อเริ่มมีระบบฐานข้อมูล ประชาชนก็เริ่มเข้าใจการทำงานมากขึ้น ในอนาคตทีมผู้ว่าฯ และ สก. ของพรรคประชาธิปัตย์ จะใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบและเฝ้าระวังความผิดปกติ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความสบายใจให้กับพี่น้องประชาชน” นายอนุชากล่าว
ยืนยันความสุจริตใจในการเปิดเผยข้อมูล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ นายอนุชายืนยันว่า การเปิดเผยข้อมูลเป็นการทำด้วยความสุจริตใจ ไม่ได้มีเจตนาโจมตีฝ่ายใด แต่เป็นการให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ และหากหน่วยงานใดพบข้อพิรุธก็ควรเข้าไปดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการ “ในช่วงไม่กี่วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ผมจะยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชนให้ได้มากที่สุด และอยากเชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของ กทม.” นายอนุชากล่าว
อภิสิทธิ์ชูจุดแข็งพรรคการเมือง เครือข่ายทำงานเป็นระบบ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเน้นย้ำถึงจุดแข็งของการทำงานในรูปแบบ “พรรคการเมือง” ว่า การแก้ปัญหาของกรุงเทพมหานครไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยตัวผู้ว่าฯ หรือทีมบริหารเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในด้านกลไกเครือข่าย ทั้ง สส. ผู้บริหารพรรค รวมถึงสมาชิกในพื้นที่ที่จะร่วมมือกันทำงานขับเคลื่อนนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ
เดินหน้าปราบโกงอย่างไม่ลดละ
นายอภิสิทธิ์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่ประชาชนในทุกระดับยอมรับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ซึ่งหากปล่อยไว้จะทำลายอนาคตของทุกคน ดังนั้น ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีการลดละ พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มที่เพื่อนำความตั้งใจและนโยบายปราบปรามการทุจริตไปสื่อสารให้ถึงมือประชาชนให้ได้มากที่สุด



