พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อโต้แย้งกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยพรรคฯ ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามวิถีทางรัฐสภาและไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
รายละเอียดคำร้อง
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่เป็นการล้มล้างการปกครอง ตามที่ถูกกล่าวหา โดยพรรคฯ เห็นว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติที่สามารถกระทำได้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ
คำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ที่ห้ามใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง โดยพรรคฯ ต้องยื่นคำร้องภายใน 15 วันนับจากได้รับแจ้ง
ข้อโต้แย้งของพรรคก้าวไกล
พรรคก้าวไกลชี้แจงว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสากลและลดการนำกฎหมายไปใช้ในทางที่ผิด มิได้มีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด
นายชัยธวัช กล่าวว่า “การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลได้พูดคุยกับประชาชนอย่างเปิดเผยมาตลอด และเราเชื่อว่าการดำเนินการผ่านกระบวนการรัฐสภาเป็นสิ่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การที่เราถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองจึงเป็นความเข้าใจผิด”
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
กรณีนี้สร้างความสนใจในสังคมการเมืองไทยอย่างมาก โดยฝ่ายสนับสนุนพรรคก้าวไกลมองว่าการยื่นคำร้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องตนเอง ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางส่วนเห็นว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันหลัก
ด้านนักวิชาการกฎหมายบางรายแสดงความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ตีความว่าการกระทำของพรรคการเมืองใดเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยนี้จะส่งผลกระทบต่อบรรทัดฐานทางการเมืองในระยะยาว
ขั้นตอนต่อไป
ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องของพรรคก้าวไกลและคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินควบคู่กันไป คาดว่าศาลจะนัดไต่สวนและมีคำวินิจฉัยภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า หากศาลวินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลกระทำการล้มล้างการปกครอง พรรคอาจถูกยุบและกรรมการบริหารถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของพรรคอย่างมีนัยสำคัญ



