กกต. ชี้แจงความแตกต่างการประกาศผลประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ กับปี 2559
กกต. ชี้แจงความแตกต่างผลประชามติรัฐธรรมนูญใหม่

กกต. ชี้แจงความแตกต่างการประกาศผลประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ กับปี 2559

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกชี้แจงกรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศผลการออกเสียงประชามติ ประเด็น "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างสำคัญเมื่อเทียบกับการออกเสียงประชามติในปี 2559

กฎหมายและรูปแบบการออกเสียงที่แตกต่าง

การประกาศผลประชามติครั้งนี้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีหลักเกณฑ์และรูปแบบการออกเสียงที่แตกต่างจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของทางเลือกในการลงคะแนน

ช่อง "ไม่แสดงความคิดเห็น" ที่เพิ่มเข้ามา

การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้กำหนดให้บัตรออกเสียงมีทางเลือก 3 ช่อง ได้แก่ เห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่างจากการออกเสียงประชามติในปี 2559 ที่ไม่ได้กำหนดช่อง "ไม่แสดงความคิดเห็น" ไว้ ทำให้การรายงานผลคะแนนครั้งนี้มีรายการ "ไม่แสดงความคิดเห็น" รวมอยู่ด้วย และบัตรเสียประกอบด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนตามกฎหมายใหม่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการประกาศผลที่โปร่งใส

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ประกาศผลการออกเสียงในราชกิจจานุเบกษา และรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบ ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยการประกาศผลครอบคลุมจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ผู้มาใช้สิทธิ และผลคะแนนของแต่ละทางเลือก ตามที่ปรากฏจากการนับคะแนนอย่างถูกต้อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันว่า การดำเนินการประกาศผลประชามติเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และได้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย