ชาวฝั่งธนฯ ฟ้องศาลปกครองขอเพิกถอนผังเมือง กทม. ฉบับใหม่
ชาวฝั่งธนฯ ฟ้องศาลปกครองขอเพิกถอนผังเมือง กทม. ใหม่

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 กว่า 10 คน พร้อมด้วยทีมทนายความจากสภาองค์กรผู้บริโภค ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดกรุงเทพมหานคร ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนร่างผังเมืองดังกล่าว โดยอ้างว่าขั้นตอนการวางและจัดทำผังเมืองรวมในครั้งนี้ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อกล่าวหาขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

ทางกลุ่มผู้ฟ้องระบุว่า กระบวนการจัดทำผังเมืองดังกล่าวขัดต่อมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง แต่ในความเป็นจริงกลับขาดการรับฟังเสียงจากผู้ได้รับผลกระทบ จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิทธิในการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของผู้บริโภค โดยเฉพาะแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานที่กระทบต่อชุมชนในย่านพระรามสองและเอกชัย

ข้อสังเกตเรื่องการเปลี่ยนสีผังเมือง

นอกเหนือจากนี้ ทางกลุ่มยังได้ตั้งข้อสังเกตและข้อพิรุธเกี่ยวกับกรณีการเปลี่ยนสีผังเมืองในหลายจุด ซึ่งอาจเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มธุรกิจบางกลุ่มเข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียจากเกณฑ์ผังเมืองใหม่นี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

นายสมภพ ปฐมณพ หนึ่งในตัวแทนประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านศุภาลัย พระรามสอง ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เปิดเผยว่า หมู่บ้านแห่งนี้เริ่มก่อสร้างและเปิดขายในปี พ.ศ. 2559 และตนเองได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในช่วงปลายปี 2560 ทว่าหลังจากอยู่ไปได้เพียงไม่นาน ในช่วงกลางปี 2561 กลับต้องตกใจเมื่อพบกระแสข่าวว่า พื้นที่บางส่วนของหมู่บ้านกำลังจะถูกเวนคืนเพื่อตัดถนนตามแผนผังเมืองใหม่ โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีการส่งเจ้าหน้าที่มาสอบถามความคิดเห็น หรือเปิดเวทีรับฟังความเดือดร้อนจากภาครัฐเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ยืนยันไม่มีวาระทางการเมือง

นายสมภพ ยืนยันว่าการรวมตัวฟ้องร้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ ไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการทำเพื่อปกป้องสิทธิที่ชอบธรรม และคาดหวังว่าผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ จะรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนและเร่งทบทวนยกเลิกผังเมืองรวมฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 นี้โดยเร็ว เพื่อแก้ไขความผิดพลาดก่อนที่จะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้