กกร.ชูข้อเสนอ 5 เปิด รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 68 ผลักดันความโปร่งใส
กกร.ชูข้อเสนอ 5 เปิด รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 68 ผลักดันโปร่งใส

คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน ร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนต่อรัฐบาล โดยยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

กกร.ชู 5 เปิด สู่กทม.โปร่งใส

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในปี 2569 เป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางบริหารเมืองหลวงให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชน โดยย้ำหลักคิด "ผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องทำ" ผู้บริหาร กทม. ต้องขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง ทำตามที่หาเสียง และมีระบบเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนติดตามตรวจสอบ

คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จึงจัดทำข้อเสนอ "5 เปิด" เพื่อส่งสารถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เป้าหมาย "กรุงเทพมหานครต้นแบบความโปร่งใส" ประกอบด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

1. เปิดข้อมูลเมืองแบบตรวจสอบได้ (Open Data)

เปิดข้อมูลการจัดทำงบประมาณ ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลสำคัญชุดต่าง ๆ ให้เข้าถึงได้ง่ายในรูปแบบ machine-readable พัฒนาเป็นฐานข้อมูลเปิดที่ทุกคนใช้ตรวจสอบได้ เชื่อมโยงข้อมูลบริษัทและสัญญาสัมปทาน/ร่วมทุนให้ประชาชนสืบค้นและวิเคราะห์ได้ ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับโครงการเสี่ยง วิเคราะห์รูปแบบการจัดซื้อผิดปกติ

2. เปิดการมีส่วนร่วมภาคประชาชน (Open Government)

เปิดให้ประชาชนร่วมติดตามโครงการระดับเขตตามแนวทาง Open Government Partnership (OGP) สร้าง Dashboard ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณและความคืบหน้าโครงการ ใช้ระบบประเมินความพึงพอใจ (Citizen Feedback) จากประชาชนที่ติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงาน กทม. ทุกระดับ และปกป้องผู้แจ้งเบาะแส

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

3. เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส (Open Contracting)

เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่ร่าง TOR กำหนดราคากลาง ผู้เสนอราคา สัญญา การแก้งาน การส่งมอบงาน จัดทำระบบติดตามโครงการก่อสร้างที่ประชาชนตรวจสอบได้ และใช้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) กับโครงการขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยการตรวจสอบยืนยันตัวตนเจ้าของบริษัทคู่ค้าในทุกสัญญา

4. เปิดกระบวนการอนุมัติ อนุญาต (Open Permitting Process)

ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ลดอำนาจใช้ดุลยพินิจ เพิ่มความชัดเจนในกฎหมายทุกระดับ กระบวนการออกกฎหมายต้องเปิดเผยให้ประชาชนร่วมพิจารณายกร่างได้ ลดและขจัดดุลยพินิจที่ไม่จำเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกขั้นตอนการบริการ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ ตัดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ มีระบบติดตามตรวจสอบขั้นตอนและผลลัพธ์การออกใบอนุญาตทุกประเภท และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะเข้าถึงตรวจสอบได้

5. เปิดมาตรการบริหารความเสี่ยงทุจริต (Open Risks Management)

เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชัน เน้นป้องกันอย่างเป็นระบบที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง (Identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Analysis) ไปจนถึงการป้องกันและปิดความเสี่ยง (Mitigation) รวมถึงระบุแผนงานและความคืบหน้าให้ประชาชนทราบสม่ำเสมอ กำหนด KPI ด้านความโปร่งใส เปิดเผยผลลัพธ์การทำงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ

“ปัญหาของ กทม. หลายเรื่องไม่ได้ขาดงบฯ แต่ขาดระบบตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น น้ำท่วม รถติด ขยะ PM 2.5 งบฯ ไม่ตรงกับความต้องการ ฯลฯ ล้วนเกี่ยวข้องกับความโปร่งใส ตราบใดที่ข้อมูลไม่เปิด ประชาชนย่อมตรวจสอบไม่ได้ วันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ กทม. ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเป็นมหานครต้นแบบแห่งความโปร่งใสด้วยข้อเสนอ 5 เปิดนี้ เราหวังว่าภาคการเมืองจะตระหนักและรับฟังเสียงของประชาชน และขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแสดงพลังเลือกผู้สมัครที่มุ่งเน้นสร้าง กทม. โปร่งใส” นายพจน์กล่าว

กทม.ต้นแบบความโปร่งใส ต้องผู้นำมุ่งมั่น

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะฝ่ายวิชาการของคณะทำงาน กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption กล่าวว่า การบริหารจัดการเมืองตามข้อเสนอ “5 เปิด” มีสาระสำคัญที่เป็นจุดร่วมของทุกข้อคือ การเปิดข้อมูลเท่ากับการเปิดอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การที่ กทม. จะกลายเป็นมหานครต้นแบบความโปร่งใสได้ ยังขึ้นอยู่กับผู้นำที่จะต้องมุ่งมั่นจริงจังอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ “บริหารงานโปร่งใส ตั้งใจปราบโกง เชื่อมโยงประชาชน” ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันการทุจริตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุด

“ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เพียงคำประกาศต่อต้านคอร์รัปชัน แต่เป็นการออกแบบระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตที่เริ่มต้นจากการเปิดข้อมูล และให้อำนาจภาคประชาชนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภาคการเมือง ลดการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ นี่คือหัวใจของกรุงเทพฯ โปร่งใส” นายมานะกล่าว

ทั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าผลักดันข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารเมืองในอนาคตมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง