พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลังใหม่ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บริหารโรงพยาบาล เฝ้าฯ รับเสด็จ
รายละเอียดการเสด็จพระราชดำเนิน
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพิธีเปิดอาคาร พร้อมทรงตัดแถบแพร และทรงเปิดป้ายชื่ออาคาร หลังจากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงพยาบาล และทรงเยี่ยมผู้ป่วยในหอผู้ป่วยพิเศษ ทรงพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย
ความสำคัญของอาคารใหม่
อาคารหลังใหม่นี้เป็นอาคารสูง 12 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 50,000 ตารางเมตร รองรับผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้น 300 เตียง รวมเป็น 1,200 เตียง ช่วยลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ตามที่ พลโท นายแพทย์ สุรเชษฐ์ ภักดีพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า "อาคารนี้จะช่วยยกระดับการบริการด้านสุขภาพให้กับกำลังพลและครอบครัว รวมถึงประชาชนทั่วไป"
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นโรงพยาบาลทหารชั้นนำของกองทัพบก มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี โดยให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายแห่ง การเปิดอาคารใหม่นี้สอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ
พระราชดำรัสและพระมหากรุณาธิคุณ
ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเททำงาน และทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของประชาชน ทรงรับสั่งว่า "การมีสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ" นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยมผู้ป่วยเด็กในแผนกกุมารเวชกรรม และทรงพระราชทานตุ๊กตาและของเล่นให้แก่เด็กๆ สร้างความปลาบปลื้มแก่ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง
ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข
การเปิดอาคารใหม่นี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของโรคหรือภัยพิบัติ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะสามารถให้บริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นวันละ 500 ราย และผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นอีก 100 รายต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดภาระของโรงพยาบาลอื่นในพื้นที่
นอกจากนี้ อาคารใหม่ยังติดตั้งระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น ระบบภาพถ่ายรังสีดิจิทัล ระบบห้องผ่าตัดอัจฉริยะ และระบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น



