นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ผู้ประกันตนมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรเพิ่มขึ้น รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงิน เพิ่มความมั่นคงในการเลี้ยงบุตรของผู้ประกันตนผ่านสิทธิประโยชน์กรณีฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ กรณีคลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ประกันตน
สิทธิประโยชน์ 3 กรณีสำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39
ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีบุตร สามารถใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมได้ 3 กรณี ประกอบด้วย
- กรณีค่าตรวจและฝากครรภ์ ผู้ประกันตนหญิง รวมถึงผู้ประกันตนชาย สามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาท โดยแบ่งตามหลักเกณฑ์และอัตรา ได้แก่ อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จ่ายไม่เกิน 500 บาท อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายไม่เกิน 300 บาท อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายไม่เกิน 300 บาท อายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ จ่ายไม่เกิน 200 บาท และอายุครรภ์มากกว่า 32 สัปดาห์ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไป จ่ายไม่เกิน 200 บาท
- กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ มีสิทธิได้รับเงินกรณีคลอดบุตร จำนวน 1.5 หมื่นบาทต่อการคลอด 1 ครั้ง และสามารถเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- กรณีสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีการนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ โดยจะจ่ายให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ เดือนละ 1,000 บาทต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 3 คน
เงื่อนไขการยื่นขอรับสิทธิ
ผู้ประกันตนต้องแนบใบรับรองแพทย์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก พร้อมใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาล รวมทั้งสำเนาทะเบียนสมรส หรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส เพื่อประกอบการยื่นขอรับสิทธิ
รัฐบาลมุ่งมั่นดูแลผู้ประกันตน
“รัฐบาลมุ่งมั่นดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน ทั้งด้านการฝากครรภ์ การคลอดบุตร และการสงเคราะห์บุตร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ครอบครัวผู้ประกันตน และสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนผ่านระบบ e-Self Service หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ และสายด่วน 1506 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล กล่าว



