สหรัฐฯ อนุมัติฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เด็กเล็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติการใช้วัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ขวบ โดยเป็นวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และโมเดอร์นา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มเด็กเล็กที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 0 ให้แนะนำการอนุมัติวัคซีนดังกล่าว โดยพิจารณาจากข้อมูลประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงของการป่วยหนักและการเสียชีวิตจากโควิด-19 ในเด็กเล็กได้อย่างมีนัยสำคัญ
รายละเอียดของวัคซีนแต่ละชนิด
วัคซีนของไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบจะใช้ขนาด 3 ไมโครกรัมต่อเข็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบของขนาดที่ใช้ในผู้ใหญ่ โดยต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม เข็มแรกและเข็มที่สองห่างกัน 3 สัปดาห์ และเข็มที่สามห่างจากเข็มที่สองอย่างน้อย 8 สัปดาห์ ขณะที่วัคซีนของโมเดอร์นาใช้ขนาด 25 ไมโครกรัมต่อเข็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของขนาดผู้ใหญ่ โดยฉีดเพียง 2 เข็ม ห่างกัน 4 สัปดาห์
ดร.ปีเตอร์ มาร์กส์ ผู้อำนวยการศูนย์ประเมินและวิจัยชีววิทยาของ FDA กล่าวว่า "เราทราบดีว่าผู้ปกครองจำนวนมากรอคอยวัคซีนสำหรับเด็กเล็กมานาน และวันนี้เราก็มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าวัคซีนทั้งสองชนิดปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับเด็กในกลุ่มอายุนี้"
ผลข้างเคียงที่พบในการทดลอง
ในการทดลองทางคลินิก พบว่าผลข้างเคียงที่พบบ่อยในเด็กเล็ก ได้แก่ อาการเจ็บบริเวณที่ฉีด อาการหงุดหงิด ง่วงซึม และมีไข้เล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการไม่รุนแรงและหายไปภายในไม่กี่วัน โดยไม่พบรายงานอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ยากในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) คาดว่าเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ขวบประมาณ 18 ล้านคนจะมีสิทธิ์ได้รับวัคซีนทันทีที่เริ่มดำเนินการ ซึ่งจะช่วยลดภาระในระบบสาธารณสุขและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
ความสำคัญของการฉีดวัคซีนในเด็กเล็ก
แม้ว่าเด็กเล็กจะมีอัตราการป่วยหนักจากโควิด-19 ต่ำกว่าผู้ใหญ่ แต่ในช่วงที่มีการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า การฉีดวัคซีนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อรุนแรงและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (MIS-C)
ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC กล่าวว่า "วัคซีนเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการปกป้องเด็กเล็กของเรา เราขอให้ผู้ปกครองปรึกษาแพทย์ประจำตัวของบุตรหลานเพื่อตัดสินใจรับวัคซีนโดยเร็วที่สุด"
การเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีน
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตรียมวัคซีนจำนวน 10 ล้านโดสไว้พร้อมสำหรับการแจกจ่ายให้กับรัฐต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคาดว่าการฉีดวัคซีนจะเริ่มขึ้นได้ภายในสัปดาห์หน้า หลังจากที่ CDC ให้คำแนะนำขั้นสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายนนี้
ผู้ปกครองสามารถนัดหมายฉีดวัคซีนให้บุตรหลานได้ที่คลินิกเด็ก โรงพยาบาล และร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด



