โรงพยาบาลรัฐ 62 แห่งขาดทุนหนัก สวรส.เสนอจัดสรรงบ IP 新模式 หวังแก้วิกฤตการเงิน
รพ.รัฐ 62 แห่งขาดทุนหนัก สวรส.เสนอจัดสรรงบ IP 新模式

สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังเข้าขั้นวิกฤต หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า จากโรงพยาบาลรัฐทั้งหมด 902 แห่ง มีถึง 62 แห่งที่ประสบภาวะวิกฤตการเงินรุนแรง (ระดับ 6, 7) เพิ่มขึ้นจาก 34 แห่งในช่วงเดียวกันของปี 2568 คิดเป็นเพิ่มขึ้นถึง 28 แห่ง สะท้อนถึงปัญหาการขาดสภาพคล่องที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มเงินบำรุงลดลงอย่างน่าตกใจ

ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจและหลักประกันสุขภาพ สธ. ระบุว่า เงินบำรุงในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2566 ถึง 2569 ลดลงกว่า 61,433 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์เบื้องต้นจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่พบว่าจำนวนโรงพยาบาลที่ขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากน้อยกว่า 100 แห่งในปี 2565 พุ่งเป็น 750 แห่งในปี 2566-2568 และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีโรงพยาบาลถึง 600 แห่งที่เงินบำรุงติดลบ

ผลวิจัยชี้สาเหตุและแนวทางแก้ไข

ดร.พญ.จารวี สุขมณี นักวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยได้รับทุนจาก สวรส. เพื่อศึกษาโครงการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงินของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยใช้ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลการเงินของโรงพยาบาลรัฐย้อนหลัง 10 ปี (2559-2568) พบว่ารายได้รวมของโรงพยาบาลจาก 3 กองทุนสุขภาพหลักมีแนวโน้มคงที่ แต่สัดส่วนรายได้จากกองทุนบัตรทองและรายได้อื่นๆ คิดเป็น 60% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายได้จาก 3 กองทุนหลักคิดเป็นเพียง 40%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เสนอรูปแบบการจัดสรรงบ IP แบบใหม่

คณะนักวิจัยได้พัฒนาแนวทางการจัดสรรงบประมาณผู้ป่วยใน (IP) แบบใหม่ในชื่อ CARE Model (Collaborative Area-based Reimbursement with Excellence) ซึ่งมีหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนจากจัดสรรงบรวมระดับประเทศเป็นการจัดสรรให้เขตสุขภาพทั้ง 13 เขต โดยคำนวณจาก Total Relative Weight (TRW) รายเขต 2) การปรับงบตามคุณภาพการให้บริการ เช่น หากอัตราการติดเชื้อในโรงพยาบาลสูง งบจะถูกลดลง และ 3) การกำหนดราคาต่อหน่วยแบบถดถอย หาก TRW จริงสูงกว่าที่คาดการณ์ จะได้รับชดเชยในอัตราที่ลดลง เพื่อป้องกันการให้บริการเกินความจำเป็น

เป้าหมายและแผนการดำเนินงาน

ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะถูกส่งให้ สธ. และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อพิจารณานำไปใช้ในปีงบประมาณ 2570 หรือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมกับติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง “สวรส. เชื่อว่า ถ้าข้อเสนอทั้ง 2 ส่วนได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ จะช่วยให้สถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลค่อยๆ ดีขึ้น และลดจำนวนโรงพยาบาลที่มีวิกฤตทางการเงินได้ หรืออย่างน้อยจากจำนวน 62 แห่งในเดือน พ.ค. 2569 ไม่เพิ่มขึ้นเป็น 70 หรือ 80 แห่งก็ดีมากแล้ว”

เปิดเผยข้อมูลแดชบอร์ดการเงินสาธารณะ

นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาเว็บไซต์แดชบอร์ดข้อมูลทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐสังกัด สธ. ในช่วง 10 ปี (2558-2569) ซึ่งจะเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง โดยเฉพาะโรงพยาบาลแต่ละแห่งสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อคาดการณ์สถานการณ์ทางการเงินและวางแผนรับมือในอนาคตได้