ศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ปชน.จับตาโครงการถลุง
ศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านไม่ขัดรธน. ปชน.จับตาโครงการถลุง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลผูกพันทุกองค์กรตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

รายละเอียดคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตราขึ้นโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 เนื่องจากเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนการลงทุน และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า "พรรคประชาชนรับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะยังคงติดตามการใช้จ่ายเงินกู้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการถลุงเหล็กในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการทุจริต"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคประชาชน

พรรคประชาชนเตรียมส่งแค็ตตาล็อกรายละเอียดโครงการถลุงเหล็กให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบความโปร่งใส โดยนางสาวศิริกัญญาระบุว่า "เรามีข้อมูลว่ามีการล็อบบี้เพื่อให้โครงการผ่านการอนุมัติโดยไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน"

ด้านนายกฯ ลั่นปิดทางวิ่งเต้น โดยยืนยันว่าโครงการทั้งหมดภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้จะต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ป.ป.ช. อย่างเคร่งครัด

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท มีกำหนดใช้เงินภายใน 3 ปี โดยแบ่งเป็น 150,000 ล้านบาทในปีแรก 150,000 ล้านบาทในปีที่สอง และ 100,000 ล้านบาทในปีที่สาม คาดว่าจะช่วยเพิ่มจีดีพีได้ร้อยละ 1.5 ต่อปี และสร้างงานกว่า 2 แสนตำแหน่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สาธารณะที่อาจเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 เป็นร้อยละ 62 ของจีดีพี