นักท่องเที่ยวดัตช์ชื่นชมตำรวจไทย แกะรอยกล้องวงจรปิดตามคืนนาฬิกาคาร์เธียร์มูลค่า 3.5 แสน
นักท่องเที่ยวดัตช์ชื่นชมตำรวจไทยตามคืนนาฬิกาคาร์เธียร์ 3.5 แสน (19.02.2026)

ตำรวจไทยได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวชาวดัตช์ หลังแกะรอยกล้องวงจรปิดตามคืนนาฬิกาคาร์เธียร์มูลค่าสูง

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ได้สั่งการให้ทีมงานนำโดย พ.ต.ท.อาทิตย์ ชาตินักรบ รองผู้กำกับการสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิจจพัฒน์ พงศ์พัฒนกิจจา และ พ.ต.ท.ศุภกิตติ์ คงชื่น สารวัตรสอบสวน ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา มอบนาฬิกาข้อมือยี่ห้อคาร์เธียร์ มูลค่าประมาณ 350,000 บาท คืนให้กับ นายฮาคาน คาซาป นักท่องเที่ยวสัญชาติเนเธอร์แลนด์ หลังจากที่เขาเข้าแจ้งความว่าทรัพย์สินสูญหาย

เหตุการณ์สูญหายและการแจ้งความ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 15.30 น. เมื่อนายฮาคานเข้าใช้บริการร้านนวดแห่งหนึ่งบนถนนสาทรเหนือ ก่อนเข้ารับบริการ เขาได้วางทรัพย์สินรวมถึงนาฬิกาคาร์เธียร์ไว้บนโต๊ะภายในห้องนวด หลังจากเสร็จสิ้นบริการ เขาเดินทางออกจากร้านโดยไม่ได้สังเกตว่าลืมนาฬิกาไว้ จนกระทั่งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อเขาตรวจสอบทรัพย์สินจึงพบว่านาฬิกาข้อมือหายไป จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ในวันเดียวกัน

กระบวนการสืบสวนและค้นพบ

ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา ได้ดำเนินการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านนวดอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบว่า นายฮาคานได้เก็บทรัพย์สินรวมถึงนาฬิกาไว้ในกระเป๋าของตนเอง ไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาหยิบเอาไป จากนั้นทีมงานได้ติดตามภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพบว่านาฬิกาตกหล่นอยู่ภายในบริเวณคอนโดหรูแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่พักของเขา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตำรวจจึงนำนาฬิกาดังกล่าวส่งคืนให้กับนายฮาคาน ซึ่งแสดงความดีใจและกล่าวขอบคุณพร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ปฏิกิริยาจากผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่

นายฮาคานกล่าวว่า "ฉันรู้สึกประทับใจมากที่ตำรวจไทยช่วยตามคืนนาฬิกาให้อย่างรวดเร็ว นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและ professionalism ของพวกเขา" ในขณะที่พล.ต.อ.พันษา กล่าวเสริมว่า "นี่เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ที่เราต้องดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกคน"

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกของตำรวจไทยในด้านการบริการและความเอาใจใส่ต่อประชาชน