นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2569 ถึงทิศทางนโยบายกัญชา โดยประกาศเดินหน้าปราบปรามร้านกัญชาเถื่อนอย่างเด็ดขาด พร้อมประสานตำรวจลุยกวาดล้าง ย้ำว่าจะจับจริง ฟันจริง ไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
ย้ำเจตนารมณ์กัญชาทางการแพทย์ของพรรคภูมิใจไทย
นายวัชรพงศ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในยุคนายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า เจตนารมณ์เริ่มต้นของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนมาโดยตลอด คือการผลักดันกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยไม่มีนโยบายสนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการ ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับแนวทางของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการเดินหน้าแก้ไขปัญหาสังคมไปพร้อมๆ กับการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วย
กฎหมายกัญชาเพื่อความสมดุลทางการแพทย์และเศรษฐกิจ
ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอกฎหมายเพื่อปรับปรุงให้รัดกุมและสมดุล ครอบคลุมด้านการแพทย์ เศรษฐกิจ และสุขภาพ อีกทั้งพรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์เข้าสู่สภาฯ เพื่อเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่รัดกุมในการควบคุมและป้องกันผลกระทบต่อเยาวชน นายวัชรพงศ์กล่าวว่า ตนสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องการทำงานของส่วนราชการที่มักเปลี่ยนไปตามรัฐมนตรีที่คุมนโยบาย
เรียกร้องหน่วยงานกล้าตัดสินใจบนข้อเท็จจริง
ประธาน กมธ.ตำรวจ เรียกร้องว่า จากนี้ไปทุกหน่วยงานรวมถึง ป.ป.ส. ไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อเอาใจรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจ หรือรัฐบาล แต่ต้องกล้าฟันธงบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ หากศึกษาข้อมูลครบถ้วนทุกมิติแล้วพบว่ากัญชามีข้อเสียมากกว่าข้อดี หรือส่งผลกระทบต่อสังคม ก็ต้องกล้าตัดสินใจดึงกลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งทุกฝ่ายพร้อมจะยอมรับและดำเนินตามผลการศึกษาที่ถูกต้อง
เตือนผู้ค้ากัญชาเถื่อน เตรียมเจอปฏิบัติการเด็ดขาด
นายวัชรพงศ์ฝากเตือนอย่างจริงใจไปยังกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ โดยนำไปใช้ในทางอื่น หรือกลุ่มที่ลักลอบค้าขายโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ว่าทาง กมธ.ตำรวจฯ จะประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าจับกุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจังแน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสังคมในวงกว้าง ที่จะสร้างปัญหาให้แก่เด็ก เยาวชน และกระทบต่อสถาบันครอบครัว



