วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ โดยเฉพาะกรณีการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากผู้อื่นเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ แม้กัญชาจะถูกปลดล็อกบางส่วนเพื่อการใช้ทางการแพทย์ในประเทศไทย แต่การนำออกนอกราชอาณาจักรยังคงผิดกฎหมายและมีโทษรุนแรงทั้งในไทยและประเทศปลายทาง
โทษในประเทศไทย: จำคุกสูงสุด 10 ปี
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า การพกพา ลักลอบ หรือรับจ้างนำกัญชา ช่อดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาออกนอกราชอาณาจักรไทย เป็นความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ (รวมค่าอากร) หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โทษในต่างประเทศ: จำคุกตลอดชีวิตถึงประหารชีวิต
รองโฆษกฯ ระบุว่า กัญชายังคงถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ในหลายประเทศทั่วโลกและประเทศเพื่อนบ้าน การลักลอบนำเข้ามีโทษตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ซึ่งรุนแรงตั้งแต่จำคุกตลอดชีวิตไปจนถึงโทษประหารชีวิต รัฐบาลจึงย้ำเตือนให้ประชาชนตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด ห้ามรับฝากสิ่งของจากผู้อื่นโดยเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการรับส่งสิ่งของข้ามประเทศ เพราะไม่สามารถทราบได้ว่ามีสิ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน
รัฐบาลสั่งเข้มงวดตรวจสอบและขอความร่วมมือประชาชน
รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกกัญชาจากไทย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยหรือการชักชวนจ้างวานผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสทางสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



