กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ออกแนวทางคำสั่งทางปกครองเพื่อเพิ่มโทษผู้ประกอบการกัญชาที่ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้มีการพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 30 ถึง 90 วัน และหากกระทำผิดซ้ำในข้อหาเดิมจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที
เกณฑ์การพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน
นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่ไม่จัดทำรายงาน ภ.ท.27 หรือ ภ.ท.28 เก็บไว้ ณ สถานประกอบการ หรือจัดทำรายงานไม่สมบูรณ์ รวมถึงไม่ส่งรายงานต่อนายทะเบียน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน นอกจากนี้ การจำหน่ายหรือส่งออกสมุนไพรควบคุมที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดี (GACP) หรือมาตรฐานอื่นที่สูงกว่าหรือเทียบเท่า การไม่แสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย หรือไม่สามารถแสดงใบอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ และการโฆษณาสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ก็เข้าข่ายถูกพักใช้ใบอนุญาต 30 วันเช่นกัน
เกณฑ์การพักใช้ใบอนุญาต 90 วัน
สำหรับกรณีที่รุนแรงขึ้น เช่น การไม่แจ้งรายละเอียดการส่งออกต่อผู้อนุญาต หรือการจำหน่ายกัญชาโดยไม่มีใบสั่งจ่าย (แบบ ภ.ท.33) จากผู้ประกอบวิชาชีพ จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 90 วัน
การเพิกถอนใบอนุญาตทันที
นายแพทย์เทวัญระบุว่า หากพบการกระทำผิดดังต่อไปนี้ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที ได้แก่ การจัดทำรายงาน ภ.ท.27 หรือ ภ.ท.28 อันเป็นเท็จ การจำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี นักเรียน นิสิตหรือนักศึกษา สตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร โดยไม่มีใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (แบบ ภ.ท.33) การเปิดให้สูบกัญชาในสถานประกอบการ การจำหน่ายสมุนไพรควบคุมหรือสินค้าแปรรูปผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการจำหน่ายในสถานที่ต้องห้าม 3 แห่ง ได้แก่ วัด หอพัก และสวนสาธารณะ
การนับระยะเวลาและการกระทำผิดซ้ำ
การสั่งพักใช้ใบอนุญาตในแต่ละครั้งจะนับระยะเวลารวมทุกกรณีที่ผิดเงื่อนไข แต่จะไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 หากผู้ประกอบการรายใดกระทำผิดเงื่อนไขซ้ำเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไปแล้ว จะมีมาตรการลงโทษที่รุนแรงขึ้น โดยหากเป็นการกระทำผิดซ้ำในกรณีเดิม จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทันที
ความเห็นจากผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์
นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ กล่าวว่า แนวทางการออกคำสั่งทางปกครองนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนยึดถือปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน การลงพื้นที่เพื่อดูแลร้านค้าและผู้ประกอบการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานกับภาคเอกชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง อีกทั้งยังส่งเสริมสมุนไพรกัญชาทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป



