อธิบดีกรมศุลกากรเสนอมาตรการเข้มตรวจผู้โดยสารขาออกและลูกเรือ
อธิบดีกรมศุลกากรเสนอมาตรการเข้มตรวจผู้โดยสารขาออก

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ว่า ตนจะเสนอมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารขาออกและลูกเรือให้มากขึ้น โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์แอร์โฮสเตสถูกจับกุมคดียาเสพติด

นำเทคโนโลยีและสุนัข K9 ช่วยตรวจสอบ

นายพันธ์ทองกล่าวว่า กรมศุลกากรได้รับสุนัข K9 จากประเทศออสเตรเลียเมื่อปีก่อน ปัจจุบันใช้งานแล้ว 2 ตัว และอยู่ระหว่างการฝึกอีก 3 ตัว นอกจากนี้ยังมีแผนนำเทคโนโลยีเอ็กซเรย์มาใช้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบผู้โดยสารทุกคนเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไทยมีผู้เดินทางถึง 85 ล้านคนต่อปี และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้นของโลก หากบริหารความเสี่ยงไม่ดีจะกระทบต่อนักท่องเที่ยวและสร้างภาระในการเดินทาง

สถิติการจับกุมยาเสพติด

อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาไทยจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก เช่น เฮโรอีน 200 กิโลกรัม และยาไอซ์ 300 กิโลกรัม แต่ไม่ได้เป็นข่าวเพราะไม่เกี่ยวข้องกับลูกเรือ ยืนยันว่ามีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สุนัข K9 และเทคโนโลยีตรวจสอบวัสดุภัณฑ์มาก่อน แต่เมื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น ผู้กระทำผิดอาจเปลี่ยนช่องทางมาใช้ผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ลูกเรือ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปรับแนวทางตรวจสอบลูกเรือ

นายพันธ์ทองกล่าวว่า การตรวจสอบลูกเรือจะต้องหารือร่วมกัน ยอมรับว่าคงไม่สามารถทำแบบเดิมได้ เพราะในอดีตไม่เคยตรวจสอบยาเสพติดกับลูกเรือ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำและผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรมแล้ว แต่หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประสานหลายหน่วยงาน

การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว โดยจะเน้นตรวจสอบผู้โดยสารขาออกมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเน้นตรวจสอบขาเข้าเป็นหลัก