ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของ สส. ฝ่ายค้านที่ยื่นขอให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง กรณีแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี โดยศาลชี้แจงว่าไม่เข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170
รายละเอียดคำร้อง
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีหมายเลขดำที่ 12/2567 ซึ่งเป็นคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านจำนวน 52 คน ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และ (7) เนื่องจากได้แต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี
มติศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่า การแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามกฎหมาย และการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้ตรวจการแผ่นดิน มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตามมาตรา 170
ทั้งนี้ ศาลระบุว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) กำหนดให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อกระทำการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือ 187 แต่กรณีนี้เป็นการแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน ดังนั้นจึงไม่เข้าข่ายที่ศาลจะรับไว้พิจารณา
ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้าน
นายชัยธวัช ตุลาธน สส. พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับคำวินิจฉัยของศาล แต่ยอมรับและเคารพในคำตัดสิน พร้อมย้ำว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการตรวจสอบรัฐบาลต่อไปในช่องทางอื่น
“เรายอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะไม่สอดคล้องกับที่เราคาดหวัง แต่เราจะยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นต่อไป” นายชัยธวัช กล่าว
ผลกระทบทางการเมือง
คำวินิจฉัยครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของรัฐบาล เนื่องจากช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองจากฝ่ายค้านที่พยายามใช้ช่องทางศาลในการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็สร้างความชัดเจนในประเด็นการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำวินิจฉัยนี้เป็นไปตามหลักกฎหมาย และยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตลอดมา



