ครม.ไฟเขียวไทย-ญี่ปุ่นร่วมศึกษาดาวเทียมวงโคจรต่ำ ปูทางอุตสาหกรรมอวกาศ
ครม.ไฟเขียวไทย-ญี่ปุ่นร่วมศึกษาดาวเทียมวงโคจรต่ำ

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือว่าด้วยกิจกรรมด้านอวกาศ ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) แห่งประเทศญี่ปุ่น พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวง อว. เป็นผู้แทนลงนามในบันทึกความร่วมมือดังกล่าว

ความร่วมมือครั้งสำคัญด้านอวกาศไทย-ญี่ปุ่น

รองโฆษกฯ กล่าวว่า บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านอวกาศของทั้งสองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกิจกรรมด้านอวกาศในอนาคต

ศึกษากลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) สู่ความร่วมมือรูปธรรม

สาระสำคัญของความร่วมมือครอบคลุมการศึกษาร่วมระหว่างไทยและญี่ปุ่นเกี่ยวกับกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit Satellite Constellations) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สามารถนำมาสนับสนุนการดำรงชีวิตของประชาชน การพัฒนาอุตสาหกรรม และการเสริมสร้างความมั่นคง โดยจะศึกษาศักยภาพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของญี่ปุ่นให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย รวมถึงประเมินโอกาสในการดำเนินโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอนาคต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะใช้ผลการศึกษาร่วมดังกล่าวเพื่อสำรวจแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของทั้งสองประเทศ รวมถึงสนับสนุนโครงการด้านอวกาศที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ของประเทศไทย อันเป็นผลจากการใช้ประโยชน์จากกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ และอาจขยายความร่วมมือไปสู่ด้านอื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บทบาทของ GISTDA และ JAXA ในการดำเนินงาน

สำหรับการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือ จะมีการศึกษาร่วมโดยประสานงานกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น การประสานข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และการจัดทำสรุปผลการศึกษาร่วมเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในระยะต่อไป

ทั้งนี้ บันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่ลงนาม และสามารถขยายระยะเวลาได้คราวละ 3 ปี โดยเป็นกรอบความร่วมมือที่แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายหรือทางการเงิน และไม่มีการโอนทรัพยากรทางการเงินหรือทรัพยากรวัสดุของรัฐระหว่างกัน

ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ก้าวสำคัญสู่อนาคตอุตสาหกรรมอวกาศ

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในการสำรวจโอกาสด้านเทคโนโลยีและกิจกรรมอวกาศ ซึ่งจะช่วยวางรากฐานการพัฒนากิจกรรมด้านอวกาศที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศในอนาคต” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว