ปธน.เกาหลีใต้ประกาศใช้กฎอัยการศึกฉุกเฉิน ยกระดับความมั่นคง
ปธน.เกาหลีใต้ประกาศใช้กฎอัยการศึกฉุกเฉิน ยกระดับความมั่นคง

ประธานาธิบดียุน ซอกยอล แห่งเกาหลีใต้ ประกาศใช้กฎอัยการศึกฉุกเฉินทั่วประเทศเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น และรักษาความมั่นคงของชาติ การประกาศดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับเกาหลีเหนือ ซึ่งล่าสุดได้ทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลหลายครั้ง และมีการเคลื่อนไหวทางทหารบริเวณชายแดน

รายละเอียดของกฎอัยการศึก

ตามประกาศของทำเนียบประธานาธิบดี กฎอัยการศึกจะมีผลบังคับใช้ทันที โดยให้อำนาจแก่กองทัพในการควบคุมพื้นที่สำคัญ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานที่ราชการ รวมถึงการจำกัดการชุมนุมและการเคลื่อนย้ายของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการระงับการดำเนินการของสื่อบางส่วนที่อาจเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวว่า "การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นและชั่วคราว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่คุกคามความมั่นคงของชาติ โดยรัฐบาลจะฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ปกติโดยเร็วที่สุด"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้านและนานาชาติ

พรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตและอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้นำพรรคประชาธิปไตยกล่าวว่า "รัฐบาลกำลังใช้สถานการณ์ความมั่นคงเป็นข้ออ้างในการปิดกั้นเสียงของประชาชน และนี่เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย"

ในระดับนานาชาติ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและเคารพหลักนิติธรรม ขณะที่จีนและรัสเซียยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

การประกาศกฎอัยการศึกส่งผลให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงกว่า 3% ในวันเดียวกัน เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง นักลงทุนต่างชาติเริ่มถอนเงินทุนออกจากประเทศ ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศว่าจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงิน

ประชาชนในกรุงโซลและเมืองใหญ่ต่างพากันกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งขาดแคลนสินค้า รัฐบาลได้ออกมาสร้างความมั่นใจว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติภายในไม่กี่วัน

ภูมิหลังของความตึงเครียด

ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปหลายลูก และมีการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ล่าสุด เกาหลีเหนือประกาศว่ากำลังพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ใหม่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาคมโลก

ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ซึ่งมีนโยบายแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ กล่าวว่า "เราจะไม่ยอมให้ภัยคุกคามใดๆ มาทำลายความสงบสุขของชาติ และมาตรการนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนของเรา"