ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (8 กรกฎาคม 2567) ปรับตัวลดลง 6.83 จุด หรือ 0.44% มาที่ 1,539.21 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 45,678 ล้านบาท ตามแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้า
แรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและแบงก์
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดวันนี้คือ ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยที่อาจชะลอตัวลง หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2567 ซึ่งอาจสะท้อนถึงแนวโน้มที่อ่อนแอลง
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงนำตลาด โดยเฉพาะหุ้น PTTEP ที่ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.82% มาที่ 80.75 บาท ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่อ่อนตัวลง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารก็ถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้น โดยหุ้น KBANK ลดลง 1.25 บาท หรือ 1.18% มาที่ 104.50 บาท
นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ
สำหรับภาพรวมการซื้อขายวันนี้ นักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิ 1,234 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 567 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 667 ล้านบาท ทำให้ดัชนีไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นได้มากนัก
นายวีระวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า "แนวโน้มระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก เช่น ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งอาจกดดันให้ตลาดผันผวนต่อไป"
แนวโน้มระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 1,530-1,550 จุด โดยนักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งอาจช่วยหนุนเศรษฐกิจบางส่วนได้



