คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายืนยันว่าการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ดำเนินไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด
ยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลกสูงถึง 65.23%
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ว่าอยู่ที่ร้อยละ 65.23 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 127,456 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 195,382 คน ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่อื่นๆ ที่ผ่านมา
กกต. ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือการกระทำที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้น มีการจัดการเลือกตั้งตามมาตรฐานของ กกต. อย่างเคร่งครัด รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุในการใช้สิทธิ
กกต. เผยไม่มีเรื่องร้องเรียนทุจริตในการเลือกตั้งซ่อม
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า “กกต. ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ภายใต้หลักสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยตลอดกระบวนการไม่มีการร้องเรียนเรื่องทุจริตหรือการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม”
นอกจากนี้ กกต. ยังได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ในการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนให้ความสนใจและออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก
ผลการเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลกเป็นไปตามคาด
ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า นายวรสิทธิ์ กัลป์จินดา จากพรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนสูงสุด 56,789 คะแนน ชนะคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐซึ่งได้ 45,234 คะแนน และพรรคก้าวไกล 23,456 คะแนน โดยมีบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนรวม 2,789 ใบ
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก นายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส. เขต 1 พิษณุโลก ได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเพื่อหาผู้แทนราษฎรคนใหม่
กกต. พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการเลือกตั้งในอนาคต
ประธาน กกต. กล่าวเพิ่มเติมว่า กกต. ยังคงเปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเพื่อนำไปปรับปรุงการจัดการเลือกตั้งในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการป้องกันการทุจริตทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ กกต. จะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบและรับรองผลการเลือกตั้งอย่างรอบคอบ



