สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ประกาศแผนการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารสเมนทอล (Menthol) และยาสูบปรุงแต่งรสอื่นๆ อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนผู้สูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน และลดผลกระทบต่อสุขภาพจากผลิตภัณฑ์นิโคติน การประกาศดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายควบคุมยาสูบที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
รายละเอียดของมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้ารสเมนทอล
ตามร่างกฎระเบียบที่ FDA เสนอ การแบนจะครอบคลุมทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่นๆ ที่มีรสเมนทอลและรสชาติปรุงแต่งอื่นๆ เช่น รสผลไม้ รสขนมหวาน และรสลูกกวาด ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น โดย FDA ระบุว่าการแบนรสเมนทอลจะช่วยลดการเริ่มต้นสูบบุหรี่ในเยาวชนได้ถึง 40% และลดการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ได้หลายหมื่นรายต่อปี
ดร.โรเบิร์ต คาลิฟฟ์ (Dr. Robert Califf) กรรมาธิการ FDA กล่าวว่า "รสเมนทอลและรสปรุงแต่งอื่นๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เยาวชนหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าและเกิดการเสพติดนิโคติน การห้ามรสเหล่านี้จะช่วยปกป้องคนรุ่นใหม่จากอันตรายของนิโคตินและลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว"
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบและผู้บริโภค
มาตรการนี้สร้างความกังวลในหมู่ผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าและร้านค้าปลีก โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ เช่น Juul Labs และ Reynolds American ที่มีผลิตภัณฑ์รสเมนทอลเป็นส่วนแบ่งรายได้หลัก ทางสมาคมผู้ค้ายาสูบแห่งสหรัฐฯ (Tobacco Merchants Association) ออกมาโต้แย้งว่าการแบนจะส่งผลให้เกิดตลาดมืดและเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่หันไปใช้ผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนการแบน เช่น องค์กร American Lung Association และ Campaign for Tobacco-Free Kids ชื่นชมการตัดสินใจของ FDA โดยชี้ว่าการแบนรสเมนทอลจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ เนื่องจากกลุ่มผู้สูบที่มีรายได้น้อยและชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์เมนทอลมากกว่ากลุ่มอื่น
กำหนดการบังคับใช้กฎหมาย
ขณะนี้ร่างกฎระเบียบอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นเวลา 60 วัน ก่อนที่ FDA จะประกาศใช้กฎหมายขั้นสุดท้าย คาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568 โดยผู้ผลิตจะต้องหยุดผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดกฎภายใน 1 ปีหลังจากกฎหมายมีผล
นอกจากนี้ FDA ยังมีแผนขยายการแบนไปยังบุหรี่ธรรมดารสเมนทอล ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้สูบที่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในชุมชนแอฟริกันอเมริกัน แต่การดำเนินการในส่วนนี้มีความซับซ้อนและอาจใช้เวลานานกว่า
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่หลายประเทศเริ่มเข้มงวดกับบุหรี่ไฟฟ้ารสปรุงแต่ง เช่น แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียที่ได้ประกาศมาตรการคล้ายคลึงกันแล้ว ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนการแบนรสเมนทอลในบุหรี่ทุกประเภท เพื่อลดการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าในปี 2566 มีนักเรียนมัธยมปลายกว่า 2.5 ล้านคนในสหรัฐฯ ใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดย 85% ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีรสปรุงแต่ง ซึ่งเมนทอลเป็นรสที่ได้รับความนิยมสูงสุด



