ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวลดลง 4.36 จุด หรือ 0.33% มาอยู่ที่ 1,307.19 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 45,020 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน มูลค่า 5,208 ล้านบาท
แรงขายต่างชาติลดลงจากวันก่อน
นายกรกฤช พรหมอุปถัมภก์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า แรงขายของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้ลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 6,700 ล้านบาท โดยวันนี้ขายสุทธิ 5,208 ล้านบาท สะท้อนว่าการขายอาจชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน
ปัจจัยต่างประเทศ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รอคอยข้อมูลเศรษฐกิจ
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนนี้จะมีการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา โดยตลาดคาดว่า PPI จะเพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อน หากออกมาต่ำกว่าคาด อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น เนื่องจากจะเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ตลาดยังรอดูผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่จะเริ่มประกาศในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้น
หุ้นกลุ่มพลังงานและแบงก์กดดันตลาด
ในประเทศ หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นตัวกดดันหลัก โดยหุ้น PTTEP ปรับตัวลดลง 2.5% ตามราคาน้ำมันที่อ่อนตัว ขณะที่หุ้น KBANK และ SCB ปรับตัวลง 1.2% และ 0.8% ตามลำดับ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีหุ้นบางตัวที่ปรับตัวขึ้น เช่น หุ้น ADVANC ที่เพิ่มขึ้น 1.1% หลังจากมีข่าวการเจรจาซื้อกิจการ และหุ้น CPALL ที่เพิ่มขึ้น 0.5% จากความคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีขึ้น
แนวโน้มวันพรุ่งนี้
นายกรกฤชคาดว่า ตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 1,295-1,320 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การเมืองในประเทศ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม รวมมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง



