คลื่นความร้อนยุโรปถล่มฝรั่งเศส ตาย 20 ศพใน 3 วัน
คลื่นความร้อนยุโรปถล่มฝรั่งเศส ตาย 20 ศพ 3 วัน

สถานการณ์คลื่นความร้อนในทวีปยุโรปทวีความรุนแรงถึงขีดสุด โดยทางการฝรั่งเศสประกาศเตือนภัยระดับสีแดงครอบคลุมพื้นที่เกินครึ่งประเทศ หลังอุณหภูมิเฉลี่ยทุบสถิติสูงสุดในรอบเดือนมิถุนายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการแอบลงเล่นน้ำคลายร้อนในพื้นที่ไม่ได้รับอนุญาตพุ่งทะลุ 20 รายภายในเวลาเพียง 3 วัน

ฝรั่งเศสประกาศเตือนภัยระดับสีแดง 54 จังหวัด

สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ขยายพื้นที่เฝ้าระวังสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ไปยังจังหวัดต่าง ๆ มากถึง 54 จังหวัด กระทบต่อประชากรกว่า 39 ล้านคน ขณะที่อีก 35 จังหวัดถูกจัดอยู่ในระดับสีส้ม จากรายงานเบื้องต้น อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งกลางวันและกลางคืนของฝรั่งเศสพุ่งสูงถึง 29.2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติสูงสุดเดิมของเดือนมิถุนายนที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 2025 โดยในเมืองบอร์โด อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส และในกรุงปารีสแตะ 39 องศาเซลเซียส ส่งผลให้รัฐบาลต้องสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวแล้วมากกว่า 1,350 แห่ง หลังจากมีรายงานว่าเด็กนักเรียนหลายคนมีอาการป่วยรุนแรง อาเจียน และคลื่นไส้เนื่องจากทนสภาพอากาศที่ร้อนจัดในห้องเรียนไม่ไหว

ยอดผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเพิ่มเป็น 20 ราย

มารินา แฟร์รารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาและเยาวชนของฝรั่งเศส เปิดเผยผ่านสถานีวิทยุ France Inter เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า หน่วยติดตามสถานการณ์การจมน้ำของประเทศรายงานยอดผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 20 ราย ภายในระยะเวลา 3 วันนับตั้งแต่เริ่มเกิดคลื่นความร้อน โดยเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.) ที่มีการประกาศตัวเลขไว้ที่ 13 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีกลุ่มวัยรุ่นและเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย โดยที่เมืองเบอซ็องซง เด็กชายอายุ 15 ปีสองคนจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำดูส์ และที่จังหวัดแซนและมาร์น เด็กหญิงวัย 13 ปีคนหนึ่งจมหายไปในแม่น้ำแซน ซึ่งทางญาติระบุภายหลังว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รัฐมนตรีฝรั่งเศสเตือนประชาชน

แฟร์รารีกล่าวว่า “ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด การไปเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยดูแลไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เราเข้าใจดีว่าทุกคนอยากลงน้ำเพื่อคลายร้อน แต่ขอความร่วมมือให้เลือกไปเล่นน้ำเฉพาะในเขตพื้นที่ปลอดภัยที่มีผู้ดูแลอย่างเข้มงวดเท่านั้น”

วิกฤตโครงสร้างพื้นฐานและขาดแคลนเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ปัญหาดังกล่าวโยงไปถึงวิกฤตโครงสร้างพื้นฐานของฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันสระว่ายน้ำสาธารณะกว่า 80% มีอายุการใช้งานนานกว่า 25 ปี และโรงเรียนมัธยมต้นกว่า 10% ไม่มีโอกาสเข้าถึงสระว่ายน้ำเพื่อฝึกทักษะการว่ายน้ำให้เด็ก ๆ เนื่องจากปัญหางบประมาณการบำรุงรักษาของท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตชนบท นอกจากนี้ สมาพันธ์ไลฟ์การ์ดฝรั่งเศสยังระบุว่าประเทศกำลังขาดแคลนเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำมากถึง 5,000 อัตรา

เหตุเด็กเล็กเสียชีวิตในรถยนต์จากความร้อน

นอกจากภัยทางน้ำ ยังเกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นที่เมืองคาร์เพนทราส ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างเด็กเล็ก 2 ราย อายุเพียง 2 ขวบ และ 4 ขวบ นอนหมดสติอยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้นภายในรถยนต์ส่วนบุคคลที่จอดอยู่ในลานจอดรถย่านที่พักอาศัย ท่ามกลางอุณหภูมิรอบตัวที่ร้อนระอุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแต่ไม่เป็นผล คาดว่าสาเหตุหลักมาจากความร้อนสะสมที่พุ่งสูงในรถยนต์จากคลื่นความร้อนครั้งนี้ ส่วนมารดาของเด็กอยู่ในอาการช็อกและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเรียกประชุมฉุกเฉิน

นายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อเตรียมมาตรการรับมือขั้นสูงสุด โดยหลายจังหวัดเริ่มสั่งให้สแตนด์บายเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของหน่วยงานความมั่นคงพลเรือน รวมถึงประสานนักดับเพลิงลงพื้นที่ลาดตระเวนจุดเสี่ยง ตลอดจนจัดเตรียมอุปกรณ์ทำความเย็นเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน

คลื่นความร้อนแผ่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฝรั่งเศส แต่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วถึง 5 ราย ขณะที่สเปน อุณหภูมิในกรุงมาดริดและเมืองกอร์โดบาพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส สภาพท้องถนนในแหล่งท่องเที่ยวร้างผู้คน ทางเทศบาลเมืองหลวงต้องรีบจัดตั้ง “ศูนย์พักพิงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อแจกจ่ายน้ำ อาหาร และให้กลุ่มคนไร้บ้านรวมถึงผู้เปราะบางได้เข้ามาอาศัยหลบความร้อนรุนแรง

สหราชอาณาจักรยกระดับเตือนภัยเป็นสีแดง

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักรได้ประกาศยกระดับคำเตือนเป็น “สีแดง” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับปรากฏการณ์ความร้อนพุ่งสุดขีดเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของอังกฤษ รวมทั้งลอนดอนและเบอร์มิงแฮม โดยคาดว่าอุณหภูมิในร่มจะทะยานไปแตะ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนก่อนกำหนด และบริษัทรถไฟประกาศยกเลิกเที่ยวบินหรือปรับตารางเวลาเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและป้องกันโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย

นักวิทยาศาสตร์ชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุ

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเรดดิงยืนยันว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่มาบ่อยและทุบสถิติโลกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ นี้ เป็นผลสะท้อนที่ชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งผลักดันให้ชั้นบรรยากาศสะสมความร้อนไว้มากกว่าในอดีต และจะส่งผลให้ทวีปยุโรปต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ยาวนาน และอันตรายมากยิ่งขึ้นในอนาคต