วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อน "ไมสัก" อย่างใกล้ชิด โดยพายุดังกล่าวมีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569
ผลกระทบต่อประเทศไทย
แม้พายุ "ไมสัก" จะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประชาชนควรติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย หากเกิดสถานการณ์สาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
การเตรียมพร้อมของ ปภ.
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ตรวจติดตามการปฏิบัติงานภายในของหน่วยงาน ปภ. ส่วนกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่มีความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยให้ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีหน้าที่อำนวยการ วิเคราะห์ติดตามและประเมินสถานการณ์ภัยทั่วประเทศ ให้บุคลากรห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังเหตุการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งย้ำการทำงานของสายด่วนนิรภัย 1784 ให้รับข้อมูลและประสานการปฏิบัติกับพื้นที่ตามกระบวนการอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและการประสานงานมีความคล่องตัว ทันต่อสถานการณ์ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
การแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast
นอกจากนี้ อธิบดี ปภ. ยังได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ติดตามข้อมูลแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อรายงานมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หากคาดว่าสถานการณ์จะกระทบต่อประชาชนให้ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast รวมไปถึงเฝ้าระวังสาธารณภัยอื่นที่จะส่งผลกระทบรุนแรง อาทิ อุบัติเหตุทางถนน อุบัติภัย หรือภัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชน เพื่อความปลอดภัยในทุกมิติ
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM



