ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ไม่มีมูลฟ้อง
ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ไม่มีมูล

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยชี้ว่าคำร้องไม่มีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไป

มติศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดไม่รับคำร้อง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีหมายเลขดำที่ 6/2567 ซึ่งเป็นคำร้องของ กกต. ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 และ 93 โดยอ้างว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องของ กกต. ไม่มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ ตามที่กล่าวหา จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดคำร้องของ กกต.

ก่อนหน้านี้ กกต. ได้มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากพรรคก้าวไกลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่ง กกต. มองว่าเป็นการกระทำที่อาจเป็นการล้มล้างการปกครองฯ โดยใช้ช่องทางของสถาบันพระมหากษัตริย์

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ในขณะนั้น กล่าวว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

ด้านพรรคก้าวไกลได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าเป็นไปตามที่พรรคคาดการณ์ไว้ และยืนยันว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นไปตามกระบวนการทางนิติบัญญัติและเป็นสิทธิของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า “ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำหน้าที่ตามหลักนิติธรรมอย่างถูกต้อง การไม่รับคำร้องนี้แสดงให้เห็นว่าการดำเนินการของพรรคก้าวไกลไม่ได้ผิดกฎหมาย และเป็นการยืนยันถึงความชอบธรรมในการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย”

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของพรรคก้าวไกลและอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองในระยะต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในสังคมไทย

นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า คำวินิจฉัยนี้จะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมือง และเปิดทางให้มีการถกเถียงเรื่องการปฏิรูปกฎหมายอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่มองว่าศาลรัฐธรรมนูญควรรับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อความชัดเจนในประเด็นนี้

ข้อสรุปของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญระบุในคำวินิจฉัยว่า คำร้องของ กกต. ขาดมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกลมีเจตนาล้มล้างการปกครองฯ โดยการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นเพียงการเสนอร่างกฎหมายตามกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งพรรคการเมืองสามารถกระทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ศาลยังชี้ว่าพยานหลักฐานที่ กกต. นำเสนอไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคก้าวไกลตามที่ร้องขอ