ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ปมล้มล้างการปกครอง
ศาล รธน.รับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ปมล้มล้างการปกครอง (22.06.2026)

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92

รายละเอียดคำร้องและกำหนดการชี้แจง

ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง โดยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนลงมติเห็นพ้องต้องกันว่ารับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งคำร้องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ชี้ว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ในการพิจารณาครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ กกต. ส่งมาให้แล้ว และเห็นว่ามีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไป โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าคำร้องของ กกต. มีเนื้อหาอ้างอิงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา และชี้ว่าพรรคก้าวไกลยังคงมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังทราบผลการรับคำร้องว่า พรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม "เราจะใช้สิทธิ์ในการชี้แจงอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่เคยมีนโยบายหรือการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการเสนอแก้ไขกฎหมาย"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การรับคำร้องครั้งนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ และพรรคจะต่อสู้ทางกฎหมายอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนติดตามการพิจารณาของศาลอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบทางการเมืองและการเมืองไทย

กรณีนี้ถือเป็นคดีสำคัญที่อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรคการเมืองไทย โดยเฉพาะการที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีคะแนนนิยมสูงเป็นอันดับสองในการเลือกตั้งปี 2566

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์หลายคนมองว่าคดีนี้จะเป็นการทดสอบความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยไทย และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอติดตามการชี้แจงของพรรคก้าวไกลและการพิจารณาของศาลต่อไป