ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมสถานภาพนายกฯ เศรษฐา กำหนดชัด 14 ส.ค. นี้
ศาลรธน.รับคำร้องปมสถานภาพนายกฯเศรษฐา ชี้ขาด 14 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หลังสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 โดยศาลนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 15.00 น.

ส.ว. 40 คนยื่นถอดถอนนายกฯ เศรษฐา

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 ส.ว. จำนวน 40 คน นำโดยนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม และนายสมชาย แสวงการ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เสนอชื่อนายพิชิต ชินวัตร เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่านายพิชิตขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (13) เพราะเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดีละเมิดอำนาจศาล โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งจำคุก 6 เดือน เมื่อปี 2562

ส.ว. ระบุในคำร้องว่า การกระทำของนายเศรษฐาเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 160 (4) และ (5) ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่ต้องคำพิพากษาให้จำคุก นอกจากนี้ยังเป็นการกระทำที่จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสำคัญ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคสอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีและมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 1 รับคำร้องนี้ไว้พิจารณา โดยศาลเห็นว่าคำร้องมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับไว้ไต่สวน และมีคำสั่งให้นายเศรษฐา ทวีสิน ชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง พร้อมกันนี้ศาลยังมีคำสั่งให้นายพิชิต ชินวัตร ชี้แจงด้วย เนื่องจากเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติไม่สั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าคำร้องยังไม่เข้าข่ายที่ต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับนายเศรษฐายังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติในระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคดี

ไทม์ไลน์สำคัญคดีสถานภาพนายกฯ

  • 18 พฤษภาคม 2567: ส.ว. 40 คน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
  • 23 พฤษภาคม 2567: ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง
  • ภายใน 15 วัน: นายกฯ เศรษฐา และนายพิชิต ต้องชี้แจงข้อกล่าวหา
  • 14 สิงหาคม 2567: ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น.

ผลกระทบทางการเมือง

คดีนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญต่อรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 หากศาลวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐาสิ้นสุดลง จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งชุดต้องพ้นจากตำแหน่ง และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงการเลือกตั้งใหม่หรือการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงว่าเคารพกระบวนการยุติธรรมและพร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และไม่ทราบมาก่อนว่านายพิชิตเคยต้องโทษจำคุก ขณะที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ แสดงความรับผิดชอบและลาออกเพื่อยุติปัญหา

นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่าคดีนี้เป็นบททดสอบสำคัญของระบบตุลาการและการเมืองไทย โดยเฉพาะในประเด็นการตีความคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการปฏิรูปการเมืองในระยะยาว