ภาคประชาชนชวนจับตาเลือกตั้ง กทม.-พัทยา หวังความโปร่งใส
ภาคประชาชนชวนจับตาเลือกตั้ง กทม.-พัทยา หวังโปร่งใส

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ องค์กรภาคประชาชนร่วมแถลงข่าว 'จับตาความโปร่งใส เลือกตั้ง กทม.-พัทยา' ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยมี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล, นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน จาก We Watch, นายยิ่งชีพ อัขฌานนท์ Vote62 และนางสาวกัลยกร สุนทรพฤกษ์ iLaw ร่วมแถลง

ยึดหลักโปร่งใส มีส่วนร่วม

รศ.ปริญญา กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีคำถามมากมายเรื่องความไม่โปร่งใส และต้องการทำให้การเลือกตั้งของประเทศไทยไม่เกิดคำถามหรือข้อสงสัยแบบนี้อีก การเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งเป็นรูปแบบพิเศษ นอกจากจะมี อบจ. เทศบาล และ อบต. แล้ว ประเทศไทยมีการเลือกตั้งพิเศษ 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ซึ่งเลือกพร้อมกัน องค์กรภาคประชาชนที่ติดตามสังเกตการณ์เลือกตั้งมาหลายครั้ง เช่น We Watch, iLaw และเครือข่ายภาคประชาชน จึงจัดกิจกรรมจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อนำหลักความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนกลับคืนมา

รศ.ปริญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกใครก็เป็นสิทธิโดยบริบูรณ์ของประชาชน และประชาธิปไตยของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเห็นต่าง ก็จบที่หีบบัตรเลือกตั้ง ดังนั้น บัตรเลือกตั้งทุกใบควรนับให้ตรงกับการแสดงเจตจำนง การจดคะแนน หรือการลงคะแนน ผลคะแนนทุกอย่างเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่กากบาทไป ใครแพ้ชนะก็เป็นไปตามความเป็นจริงที่ประชาชนตัดสินใจแล้วในคูหาเลือกตั้ง แต่เมื่อความโปร่งใสมีปัญหา การมีส่วนร่วมก็น้อย จึงเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้น ครั้งนี้ iLaw และ We Watch จึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อหาว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใส

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จับตาเลือกตั้งนายกฯ พัทยา

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนบอกว่าไม่ค่อยได้มีการแสดงออกหรือถกเถียงกันในเชิงความคิดสร้างสรรค์ในการกำหนดนโยบายที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ แต่มีการดิสเครดิตกันทำให้อีกฝ่ายเสียคะแนน ซึ่งไม่ใช่ความก้าวหน้าของการแข่งขันหรือการหาเสียงเลือกตั้ง จึงควรปรับปรุงเรื่องนี้ ส่วนประเด็นที่ต้องจับตาในการเลือกตั้งเมืองพัทยา จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์น้อยมากเพียง 49.96% ซึ่งเป็นความท้าทาย นอกจากนี้ ปัญหาบัตรเลือกตั้งหาย หรือบัตรเลือกตั้งเขย่ง ก็เคยเกิดขึ้นถึงขั้นประกาศชะลอการนับคะแนนและสั่งให้เลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น

สมชัย เสียดายไร้นวัตกรรม

รศ.สมชัย กล่าวว่า หากดู พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่นและเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง สส. จะเห็นความแตกต่างว่า พ.ร.บ. ท้องถิ่นมีความก้าวหน้ามากกว่า ยกตัวอย่างเรื่องรูปแบบการใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง สส. กำหนดเพียงรูปแบบเดียวว่าต้องใช้บัตรเลือกตั้งเท่านั้น ส่วน พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่นสามารถใช้รูปแบบอื่น ๆ ได้ เช่น บัตรเลือกตั้งหรือเครื่องลงคะแนน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการใช้สิทธิ์ได้สะดวกกว่าเดิม และ กกต. ควรใช้โอกาสของการเลือกตั้งท้องถิ่นในการพัฒนาการจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการทบทวนใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส รวมถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตลอดจนการรายงานผลได้อย่างรวดเร็ว แต่ กกต. กลับไม่ใช้โอกาสนี้เลย กลับบอกว่าจะใช้การเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานครและพัทยาครั้งนี้ให้ดีที่สุด แล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของเอกชนหรือภาคประชาชนมาดำเนินการเอง

ย้ำคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว รศ.ปริญญา กล่าวว่า ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของการเลือกตั้งและร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ป้องกันไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งมีเครื่องมือหลายอย่าง ทั้งกล้องถ่าย การบันทึกคลิปวิดีโอ หรือแม้แต่การใช้ AI เข้ามาช่วย และอีกข้อที่สำคัญมากสำหรับคนที่จับตาการเลือกตั้ง คือการทักท้วงเมื่อเห็นว่าการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นผิดปกติ เช่น การคิดคะแนนบนบอร์ดไม่ชัดเจน หรือบอร์ดนับคะแนนตั้งห่างไป ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ก็สามารถทักท้วงได้