อภิสิทธิ์เผยร่างแก้รัฐธรรมนูญปชป.ไร้ปัญหาใช้หยั่งเสียงเลือกสสร.
อภิสิทธิ์เผยร่างแก้รัฐธรรมนูญปชป.ไร้ปัญหาใช้หยั่งเสียงเลือกสสร

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยนำมาใช้อ้างว่าไม่สามารถสนับสนุนร่างของพรรคการเมืองอื่นนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากร่างของพรรคใช้วิธีการหยั่งเสียงผ่านจังหวัดต่างๆ จากประชาชน แล้วนำผลมาให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งแตกต่างจากการให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

กมธ.เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอความชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาฯ เปิดเผยว่า คณะกมธ.ได้มีโอกาสเข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการอีก 2 ท่าน เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยตุลาการได้อธิบายว่าปัญหาที่ศาลระบุคือประชาชนไม่ควรเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่งหมายถึงบุคคลที่เขียนรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ในร่างของพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นการหยั่งเสียงเพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม แล้วให้รัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจเลือกอีกชั้นหนึ่ง จึงไม่ขัดต่อคำวินิจฉัย

ร่างปชป.มีผู้เชี่ยวชาญจากตุลาการและฝ่ายวิชาการร่วมด้วย

นอกจากนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ยังกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญอีก 20 คนที่มาจากการคัดสรรของตุลาการศาลและฝ่ายวิชาการมาร่วมในกระบวนการร่างด้วย ทำให้นายอภิสิทธิ์มั่นใจว่าร่างของพรรคไม่มีปัญหาตั้งแต่ต้น และในสัปดาห์นี้คาดว่าจะได้ลายเซ็นของสส.ที่สนับสนุนร่างนี้ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด เพื่อเสนอต่อรัฐสภาต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คาดสัปดาห์หน้าได้ชื่อสส.สนับสนุนครบ

เมื่อถามย้ำถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการให้ประชาชนเลือกสสร. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันที่เข้าฟังประธานศาลฯ ท่านได้อธิบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีการบันทึกข้อความไว้ ซึ่งน่าจะใช้เป็นเกณฑ์ในการดำเนินการต่อไป ส่วนที่บางฝ่ายมองว่าความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเป็นความเห็นอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยนั้น นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ตุลาการที่มาแลกเปลี่ยนกับคณะกมธ.ไม่ได้เป็นคนเขียนข้อความดังกล่าว แต่เล่าให้ฟังว่าในการประชุมมีการพูดถึงที่มาของถ้อยคำในคำวินิจฉัย ซึ่งน่าจะสันนิษฐานได้ว่านั่นคือเจตนารมณ์ของคำที่ปรากฏ