มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 กล่าวหาสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สถ.) ว่าได้แทรกแซงกระบวนการสอบคัดเลือกบุคลากรของมหาวิทยาลัย โดยมีการเปิดโปงการทุจริตในระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กมธ.ป.ป.ช.) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของระบบการสอบคัดเลือก
รายละเอียดการกล่าวหา
ตามที่ปรากฏในเอกสารที่เผยแพร่ มศว ระบุว่า สถ. ได้เข้าไปมีส่วนในการกำหนดเกณฑ์การประเมินผลสอบที่ไม่โปร่งใส และมีการเปลี่ยนแปลงผลการสอบโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเปิดโปงดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมของ กมธ.ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารและบันทึกเสียงการสนทนาที่เกี่ยวข้อง
ปฏิกิริยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแสดงท่าทีอย่างชัดเจน โดยกล่าวว่า "รัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการวิ่งเต้นหรือแทรกแซงกระบวนการสอบคัดเลือกอย่างเด็ดขาด" และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ขณะที่ สถ. ยังไม่มีการตอบโต้ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจง
ด้าน พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้จับตากรณีนี้อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความไม่โปร่งใสในระบบราชการ และเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อหาข้อเท็จจริง
ผลกระทบต่อระบบราชการ
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบคัดเลือกในหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรจำนวนมาก นักวิชาการหลายคนแสดงความเห็นว่าการแทรกแซงเช่นนี้จะบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มศว จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงครั้งนี้ โดยจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ
สถานการณ์อื่นในรอบวัน
ในวันเดียวกันนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ การอพยพประชาชนอย่างเร่งด่วนเนื่องจากดินใต้อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงทรุดตัว ทำให้เกิดน้ำรั่วไหลและต้องปิดถนนเป็นการชั่วคราว โดยมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นว่าพระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาทไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ



