ผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงหมู่ในสหรัฐอเมริกาได้รวมตัวกันยื่นฟ้องบริษัท Activision Blizzard ผู้ผลิตเกม Call of Duty และบริษัท Meta เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่าเกมและโซเชียลมีเดียมีส่วนในการส่งเสริมความรุนแรงจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม
รายละเอียดคดีฟ้องร้อง
คดีนี้ถูกยื่นต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยโจทก์ประกอบด้วยผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ที่โรงเรียนในเมืองอูวาลเด รัฐเท็กซัส และเหตุการณ์ที่ร้านค้าในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก โดยพวกเขาอ้างว่าเกม Call of Duty ซึ่งเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือฝึกฝนสำหรับมือปืน และโซเชียลมีเดียของ Meta ก็เป็นช่องทางในการเผยแพร่แนวคิดหัวรุนแรง
ทนายความของโจทก์กล่าวว่า “เราเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ส่งเสริมความรุนแรงอย่างไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีก”
ข้อกล่าวหาต่อ Activision และ Meta
โจทก์กล่าวหาว่า Activision จงใจออกแบบเกม Call of Duty ให้มีความรุนแรงสูงและสมจริงเกินไป ซึ่งเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมก้าวร้าวให้กับผู้เล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโหมดผู้เล่นหลายคนที่ผู้เล่นสามารถจำลองการยิงกันเองได้ ส่วน Meta ถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถควบคุมเนื้อหาที่เป็นอันตรายบนแพลตฟอร์มของตนได้ รวมถึงการปล่อยให้มีการเผยแพร่วิดีโอและโพสต์ที่เชิดชูความรุนแรง
หนึ่งในโจทก์ซึ่งเป็นแม่ของเด็กที่เสียชีวิตในเหตุกราดยิงกล่าวว่า “ลูกของฉันถูกฆ่าโดยคนที่เล่นเกม Call of Duty หลายชั่วโมงต่อวัน และดูเนื้อหาที่เชิดชูความรุนแรงบน Facebook ฉันต้องการให้บริษัทเหล่านี้รับผิดชอบ”
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากคดีนี้ประสบความสำเร็จ อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออุตสาหกรรมเกมและโซเชียลมีเดีย โดยอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการออกแบบเกมและนโยบายการควบคุมเนื้อหา นักวิเคราะห์คาดว่าคดีนี้อาจสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายใหม่ในการกำหนดความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีต่อการกระทำของผู้ใช้
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางรายมองว่าการฟ้องร้องนี้อาจเผชิญอุปสรรค เนื่องจากรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ คุ้มครองเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก ซึ่งรวมถึงเนื้อหาในเกมและโซเชียลมีเดีย
ปฏิกิริยาจากบริษัทที่ถูกฟ้อง
ทั้ง Activision Blizzard และ Meta ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ก่อนหน้านี้ทั้งสองบริษัทเคยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเนื้อหาของตนมีส่วนทำให้เกิดความรุนแรงในโลกจริง โดย Activision เคยระบุว่าเกมของพวกเขาเป็นเพียงความบันเทิงและมีระบบจัดเรทที่เหมาะสม ส่วน Meta เน้นย้ำถึงความพยายามในการลบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบาย



