คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา นางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต สส. พร้อมพวก กรณีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจรในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 26 โครงการ วงเงินรวม 43.221 ล้านบาท โดยมีการแบ่งโครงการให้วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคา และเอื้อประโยชน์ให้บริษัทของเครือญาติและผู้ใกล้ชิด
รายละเอียดการกระทำความผิด
ผลไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ซึ่งขณะนั้นเป็นสามีของนางรจนา มีบทบาทสั่งการให้แบ่งโครงการและแทรกแซงการดำเนินงานของเทศบาล รวมถึงกำหนดให้บริษัทของเครือญาติและผู้ใกล้ชิดเข้ารับงาน โดยมีการจัดทำผู้เสนอราคาและคู่เทียบล่วงหน้า ก่อนให้นางรจนาลงนามอนุมัติสัญญาจ้าง นอกจากนี้ ยังพบว่าเงินค่าจ้างจากหลายโครงการถูกโอนไปยังบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนายเกรียง นางรจนา และเครือญาติ
โครงการที่ไม่พบความผิด
สำหรับโครงการที่จัดจ้างด้วยระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) จำนวน 11 โครงการ ป.ป.ช. ไม่พบพยานหลักฐานว่ามีความผิดทางอาญา แต่พบว่าเจ้าหน้าที่เทศบาลบางรายมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง
ผู้ถูกชี้มูลความผิด
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี พร้อมนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร และผู้เกี่ยวข้อง กรณีแบ่งจ้างโครงการก่อสร้าง โดยเห็นว่ามีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจโดยมิชอบ และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งมีความผิดตาม พ.ร.บ.เทศบาล นอกจากนี้ ยังชี้มูลผู้ประกอบการและผู้บริหารห้างหุ้นส่วนหลายราย ฐานสนับสนุนการกระทำความผิด รวมถึงชี้มูลนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต สส. และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกวุฒิสภา ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนและผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ผลการดำเนินการทางวินัยและคดี
ส่วนเจ้าหน้าที่บางรายถูกชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ขณะที่บางนิติบุคคลถูกจำหน่ายคดีเนื่องจากสิ้นสภาพนิติบุคคล และผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ป.ป.ช. เห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบ และส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายต่อไป



