เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพลตำรวจโทสายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรภาค 8 สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด และสถานีตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามหมายค้นในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ที่ตั้งเดียวจดทะเบียนนับร้อยบริษัท
การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งข้อมูลให้ DSI ดำเนินการตรวจสอบจำนวน 34 บริษัท จากการสืบสวนพบว่า มีบริษัทหลายแห่งมีพฤติการณ์จดทะเบียนจัดตั้งโดยอาจใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เบื้องต้น DSI ดำเนินการตรวจค้นรวมทั้งสิ้น 5 เป้าหมาย พบที่ตั้งเดียวจดทะเบียนกว่า 100 บริษัท
นโยบายรัฐบาลปราบปรามนอมินี
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยมีนโยบายชัดเจนในการปกป้องทรัพยากรที่ดินของชาติ สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ ตลอดจนป้องกันมิให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ การแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม และการถือครองทรัพยากรที่ดินของประเทศในระยะยาว
กระทรวงยุติธรรมจึงได้มอบหมายให้ DSI ซึ่งมีอำนาจสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง เร่งรัดขยายผลการสืบสวนกรณีการใช้นอมินีในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนนำมาสู่ปฏิบัติการในวันนี้
ขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน
สำหรับการเข้าตรวจค้นในวันนี้ เป็นเพียงขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนยังได้รับความคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยยังคงเปิดกว้างและยินดีต้อนรับนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต โปร่งใสและเคารพกฎหมายไทย แต่จะไม่ยอมให้มีการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย หรือการจัดตั้งนิติบุคคลอำพราง เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม รวมทั้งขยายผลไปยังผู้สนับสนุน ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงทุกระดับ



