สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยยังคงรุนแรง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย และสูญหาย 1 คน จากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นใน 14 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนคน
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 200,000 คน และต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงมากกว่า 10,000 คน
สาเหตุของน้ำท่วม
สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลาก
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค
การช่วยเหลือจากภาครัฐ
กองทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังพลและเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีการแจกจ่ายน้ำดื่มและอาหารสำเร็จรูปให้กับผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การคมนาคมถูกตัดขาด
“เรากำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้” โฆษกกรมป้องกันฯ กล่าว
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรหลายหมื่นไร่ โดยเฉพาะนาข้าวและสวนยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช โดยมีนักท่องเที่ยวบางส่วนต้องยกเลิกการเดินทาง
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคาดการณ์ว่า สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในอีก 2-3 วันข้างหน้า หลังจากปริมาณฝนลดลง



