ดาราสาวไทยถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย หลังเลิกความสัมพันธ์
นักแสดงสาวชื่อดังรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสะเทือนใจผ่านโซเชียลมีเดีย ว่าถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง หลังจากที่เธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ โดยเธอระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยฝ่ายชายได้เข้ามาทำร้ายเธอที่บ้านพักในกรุงเทพฯ ส่งผลให้เธอได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและแขนขา ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
รายละเอียดเหตุการณ์และบาดแผล
จากภาพที่โพสต์เผยให้เห็นรอยฟกช้ำและบาดแผลตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่มีรอยช้ำอย่างเห็นได้ชัด เธอเล่าว่าแฟนหนุ่มมีอาการโมโหร้ายและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เมื่อเธอขอเลิก ฝ่ายชายได้ใช้กำลังทำร้ายเธออย่างต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที ก่อนที่เพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงร้องและแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพาตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ
คำให้การจากผู้เสียหาย
นักแสดงสาวกล่าวว่า "ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้กับฉัน เราเคยรักกันมาก แต่เมื่อฉันบอกเลิก เขากลับใช้ความรุนแรง ฉันรู้สึกกลัวและต้องการความช่วยเหลือจากสังคม" เธอยังบอกอีกว่าเธอได้แจ้งความดำเนินคดีกับแฟนหนุ่มแล้ว และขอให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวกล้าที่จะออกมาแจ้งความ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย
สถิติความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทย
ข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม ระบุว่าในปี 2566 มีคดีความรุนแรงในครอบครัวที่ถูกแจ้งความถึง 8,452 คดี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 15 โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ถูกสามีหรือแฟนทำร้าย รองลงมาคือผู้สูงอายุและเด็ก กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้เปิดสายด่วน 1300 เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวตลอด 24 ชั่วโมง
ความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ.หญิง สุภัทรา เกษมสุข รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี (บก.ตชด.) กล่าวว่า "คดีนี้เข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากมีเหตุฉกรรจ์อาจได้รับโทษหนักขึ้น" ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่
เสียงสะท้อนจากสังคมออนไลน์
เรื่องราวของนักแสดงสาวกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ทันที โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด แฮชแท็ก #หยุดความรุนแรงในครอบครัว ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งในประเทศไทยภายในไม่กี่ชั่วโมง หลายคนเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายให้มีโทษหนักขึ้นสำหรับผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก



