ศาลออกหมายจับทนายคนดังคดีเบิกความเท็จแม่เบนซ์เรซซิ่ง
ศาลออกหมายจับทนายคนดังคดีเบิกความเท็จแม่เบนซ์

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องพิจารณาคดี 609 ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดาของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ ในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ปรากฏว่าจำเลยไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งออกหมายจับและริบเงินประกัน พร้อมเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 7 สิงหาคม 2569

พฤติกรรมทนายความหลบหนี

ศาลระบุว่าจำเลยได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วแต่ไม่มาตามนัด ไม่สามารถติดต่อได้ เข้าข่ายพฤติกรรมหลบหนี จึงออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มจำนวน โดยให้เลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. พร้อมฟังผลการจับกุมจำเลยมาฟังคำพิพากษา

เบนซ์ เรซซิ่ง เผยความผิดหวัง

นายอัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวภายหลังศาลเลื่อนนัดว่า จำเลยไม่มาตามนัดในวันนี้ คิดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว อยากฝากถึงเจ้าตัวให้เข้ามาฟังคำพิพากษาในนัดหน้า ตนมองว่าคนที่ตั้งใจหลอกลวงยังกล้าทำ แต่สุดท้ายวันที่คดีสิ้นสุดกลับไม่กล้ามาฟังคำพิพากษา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ที่มาของคดี

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 นายศิวาวิทย์นำความเท็จมาฟ้องนางสุพรเพ็ญต่อศาลอาญาในคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ข้อหายุติธรรม ทำให้เสียหาย หมิ่นประมาท กล่าวหาว่านางสุพรเพ็ญนำเอกสารสัญญาจ้างทำของไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีแพ่ง ความจริงนางสุพรเพ็ญไม่ได้กระทำดังกล่าว ขณะที่จำเลยเป็นทนายความ ต่อมาถูกสภาทนายความลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561

โทษที่ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์กำหนด

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายศิวาวิทย์ 2 ปี ในข้อหาเบิกความเท็จ และ 1 ปีในข้อหาฟ้องเท็จ รวมจำคุก 3 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเหลือ 8 เดือน คู่ความทั้งสองฝ่ายฎีกาสู้คดี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เบนซ์ เรซซิ่ง เรียกร้องความเป็นธรรม

นายอัครกิตติ์กล่าวว่า คดีนี้สำคัญเพราะจำเลยเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เป็นทนายความ เคยเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ เคยได้รับรางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ไม่ควรนำตำแหน่งหรืออำนาจมากลั่นแกล้งประชาชน คนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม ก่อนหน้านี้จำเลยไม่เคยเข้ามาไกล่เกลี่ย มีแต่กลั่นแกล้ง ตนได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว

เงินประกัน 3.1 ล้านบาท

นายศิวาวิทย์เคยเป็นทนายความที่เบนซ์ เรซซิ่งว่าจ้างเรื่องประกันตัว แต่ไม่คืนเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท ศาลแพ่งมีคำสั่งให้คืนเงินเต็มจำนวน แต่จำเลยไม่มีเงินชดใช้ มีเพียงคำสั่งล้มละลาย หลังจากนั้นจำเลยกลับฟ้องกลับมารดาของเบนซ์ว่า นำเอกสารไปฟ้องโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่มีมูล

ความยุติธรรมที่ต้องรอคอย

เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวทิ้งท้ายว่า ความยุติธรรมยังมีอยู่แต่ใช้ระยะเวลานาน คดีนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ตอนที่เลือกจำเลยเป็นทนายความเพราะมีคนรู้จักแนะนำ จำเลยแอบอ้างว่ารู้จักคนใหญ่คนโต สามารถช่วยเหลือคดีความได้ แต่สุดท้ายถูกหลอกเสียเงินจำนวนมาก