ศาลแขวงแลปแลนด์ในฟินแลนด์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ให้จำคุกนายยุกกา คริสโต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเก็บผลไม้ป่า Polarica เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์จำนวน 78 กระทง จากกรณีแสวงหาประโยชน์จากแรงงานเก็บผลไม้ป่าชาวไทยที่เดินทางมาทำงานในฟินแลนด์
รายละเอียดคดี
ศาลยังมีคำพิพากษาให้นางกัลยากรณ์ หรือทุเรียน พงษ์พิศ ผู้ประสานงานชาวไทยของบริษัท มีความผิดในข้อหาเดียวกันจำนวน 78 กระทง และสั่งจำคุก 9 เดือน โดยศาลพิจารณาลดโทษเนื่องจากเธอเคยถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในคดีค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเก็บผลไม้ป่าอีกแห่งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา คดีดังกล่าวได้รับการระบุจากสื่อสาธารณะฟินแลนด์ว่าเป็นคดีค้ามนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมีแรงงานไทยหลายสิบคนตกเป็นผู้เสียหายจากการไต่สวน
พฤติกรรมการหลอกลวง
ศาลพบว่าจำเลยทั้งสองได้ชักชวนแรงงานไทยให้เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าตามธรรมชาติในฟินแลนด์ โดยให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับรายได้และสภาพการทำงานที่แท้จริง เมื่อแรงงานเดินทางถึงฟินแลนด์ในปี 2022 พวกเขาต้องแบกรับภาระค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนกลายเป็นหนี้สินตั้งแต่เริ่มต้นการทำงาน แม้แรงงานจะต้องทำงานเป็นเวลานานทุกวันโดยแทบไม่มีวันหยุด แต่กลับมีรายได้เหลือน้อยมากหลังหักค่าใช้จ่าย ศาลระบุว่าแรงงานจำนวนมากแทบไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับแรงงานที่ลงไป
สภาพที่พักและความเป็นอยู่
นอกจากนี้ ศาลยังพบว่าสภาพที่พักบางแห่งมีคุณภาพต่ำและแออัดเกินไป แต่กลับเรียกเก็บค่าที่พักในอัตราที่ไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับมาตรฐานความเป็นอยู่ ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและสื่อสารได้เฉพาะภาษาไทย ทำให้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและความช่วยเหลือ อีกทั้งยังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำงานต่อไปเพื่อชำระหนี้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงวินิจฉัยว่าการเก็บผลไม้ป่าของแรงงานเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงงานบังคับ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ตามกฎหมายฟินแลนด์
บทลงโทษและค่าเสียหาย
นอกจากโทษจำคุกแล้ว ศาลยังสั่งห้ามนายยุกกา คริสโต ประกอบธุรกิจเป็นเวลา 5 ปี พร้อมเพิกถอนยศทางทหารของเขา ขณะที่จำเลยทั้งสองและบริษัท Polarica ต้องร่วมกันจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้เสียหายรวมประมาณ 500,000 ยูโร หรือราว 21 ล้านบาท สำหรับความเสียหายทางการเงินและความทุกข์ทรมานทางจิตใจ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพิ่มเติมอีกประมาณ 400,000 ยูโร ศาลยังสั่งปรับบริษัท Polarica เพิ่มอีก 150,000 ยูโร หรือประมาณ 6.3 ล้านบาท
การอุทธรณ์
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากจำเลยทั้งสองยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ โดยทั้งคู่ยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่ฝ่ายอัยการเตรียมยื่นอุทธรณ์เช่นกัน เพื่อขอให้ศาลเพิ่มโทษจำคุกเป็น 5 ปีตามที่เคยร้องขอไว้
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของทางการฟินแลนด์ต่ออุตสาหกรรมเก็บผลไม้ป่า ซึ่งพึ่งพาแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานไทยจำนวนมากในแต่ละปี เนื่องจากฟินแลนด์มีป่าอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยผลไม้ป่าหลากหลายชนิด เช่น ลิงกอนเบอร์รี บลูเบอร์รี และคลาวด์เบอร์รี ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม หน่วยงานด้านการแข่งขันทางการค้าของฟินแลนด์ยังเปิดเผยผลการสอบสวนที่พบว่าบริษัทเก็บผลไม้ป่าหลายแห่ง รวมถึง Polarica มีพฤติกรรมร่วมกันกำหนดราคาซื้อผลผลิตจากแรงงานในลักษณะคล้ายการฮั้วหรือการจัดตั้งคาร์เทลระหว่างปี 2013-2023 เพื่อกดราคาค่าตอบแทนให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น คดีดังกล่าวจึงถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมเก็บผลไม้ป่าของฟินแลนด์ และอาจนำไปสู่การปฏิรูปมาตรการคุ้มครองแรงงานต่างชาติในอนาคต



