ตร.แถลงปมฆ่าหม้อดินเผา โยงยิงดับนักธุรกิจดังภูเก็ต
ตร.แถลงปมฆ่าหม้อดินเผา โยงยิงดับนักธุรกิจดังภูเก็ต

ตำรวจภูเก็ตแถลงความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายสมชาย (นามสมมติ) หรือที่รู้จักในชื่อ "หม้อดินเผา" ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพักในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดยเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของนักธุรกิจชื่อดังชาวภูเก็ตที่ถูกยิงดับเมื่อเดือนก่อน

ปมขัดแย้งทางธุรกิจและชู้สาว

พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สว่างวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่าผู้ตายมีปมขัดแย้งกับนักธุรกิจรายหนึ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้านบาท นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องชู้สาวที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของนักธุรกิจรายดังกล่าว ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญในการก่อเหตุ

“เราพบว่าทั้งสองคนมีเรื่องบาดหมางกันมานาน เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและที่ดิน และยังมีเรื่องส่วนตัวที่ซับซ้อน” พล.ต.ต.ณัฐพงษ์กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หลักฐานเชื่อมโยงคดี

ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่พบรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่งขับผ่านที่เกิดเหตุหลายครั้งก่อนเกิดเหตุ และพบลายนิ้วมือแฝงบนปลอกกระสุนที่ตรงกับประวัติของบุคคลที่เคยมีคดีอาญามาก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัย 2 ราย ซึ่งเป็นลูกจ้างของนักธุรกิจดังกล่าว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายพบการสนทนาที่น่าสงสัยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนักธุรกิจรายดังกล่าวในช่วงสัปดาห์ก่อนเสียชีวิต

ปฏิกิริยาจากครอบครัว

นางสาววิไล (นามสมมติ) ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า “สามีของดิฉันไม่เคยมีเรื่องกับใครรุนแรงขนาดนี้ เขาเป็นคนใจดี แต่มีเรื่องขัดแย้งกับคนบางกลุ่มเรื่องธุรกิจ ดิฉันอยากให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด”

ครอบครัวของผู้ตายได้ตั้งรางวัลนำจับ 500,000 บาท สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความคืบหน้าคดีนักธุรกิจดัง

ส่วนคดีนักธุรกิจชื่อดังที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ แต่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับคดีของนายสมชาย โดยทั้งสองคนเคยร่วมลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ภูเก็ต

พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ กล่าวว่า “เรากำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงคดีทั้งสอง และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้น”