ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 42 รายแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 108 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ความคืบหน้าล่าสุดในการค้นหา
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 รายในเช้าวันนี้ ทำให้ยอดรวมเป็น 42 ศพ โดยในจำนวนนี้เป็นชาย 22 ราย หญิง 20 ราย เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวตนได้แล้ว 35 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์
“ทีมกู้ภัยยังคงทำงานอย่างหนัก โดยใช้เครื่องมือตรวจจับสัญญาณชีพและสุนัขค้นหา เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมากที่อาจติดอยู่ในซากตึก” นายสมศักดิ์กล่าว
สาเหตุและผลกระทบ
เหตุตึกถล่มครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สตง. ซึ่งเป็นอาคารสูง 30 ชั้น เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดทางวิศวกรรม โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ชุด เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า “เราจะตรวจสอบทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบ การใช้วัสดุ และการควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย”
การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เปิดให้บริการที่จุดเกิดเหตุและโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยมีทีมแพทย์และนักจิตวิทยาให้การดูแลทั้งผู้บาดเจ็บและญาติผู้สูญหาย ขณะที่รัฐบาลได้ประกาศให้การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 1 ล้านบาท และผู้สูญหาย 5 แสนบาท
นางสาวอรอนงค์ กาญจนชัย ญาติของผู้สูญหายคนหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำตาว่า “เรายังมีความหวังว่าพี่ชายจะรอดชีวิต อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหาให้มากที่สุด”
มาตรการความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีโครงการก่อสร้างจำนวนมาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า “เราจะต้องเข้มงวดเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย”
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต่างวิตกกังวล เนื่องจากอาคารที่ถล่มส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและธุรกิจโดยรอบหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือตามความเหมาะสม



