สภ.เมืองร้อยเอ็ดแจงคลิปตำรวจหยุมหัววัยรุ่นกลางปั๊มน้ำมัน ยันทำตามยุทธวิธี
สภ.เมืองร้อยเอ็ดแจงคลิปตำรวจหยุมหัววัยรุ่นกลางปั๊ม

จากกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัววัยรุ่นภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ล่าสุด สถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว

เหตุเกิดวันที่ 7 กรกฎาคม 2569

ตำรวจระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ ดาบตำรวจสนั่น แสนธนู ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองร้อยเอ็ด ปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้นและกำลังเดินทางกลับบ้าน ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะประมาทหวาดเสียว พร้อมใช้ท่อไอเสียเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ถนน จึงติดตามไปตรวจสอบและพบรถคันดังกล่าวภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนแจ้งสนิท

จากการตรวจสอบ ชายวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิปคือ นายภานุวัฒน์ อายุ 19 ปี ซึ่งตำรวจระบุว่ามีพฤติการณ์คล้ายจะหลบหนี และมีการขัดขืนการจับกุม เนื่องจากกังวลว่าจะถูกดำเนินคดีจากการดัดแปลงท่อไอเสีย รวมทั้งไม่มีเงินชำระค่าปรับในขณะนั้น ขณะที่ ดาบตำรวจสนั่น มีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายจากอาการบาดเจ็บเดิม จึงใช้กำลังและยุทธวิธีควบคุมสถานการณ์เท่าที่จำเป็น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผกก.สั่งสอบข้อเท็จจริง

ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้สั่งการให้รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม พร้อมชุดสายตรวจและชุดขุนแผน ลงพื้นที่ติดตามตัวนายภานุวัฒน์มาสอบถามข้อเท็จจริง โดยพบตัวที่บ้านพักญาติในพื้นที่ตำบลขอนแก่น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด มีผู้ใหญ่บ้านร่วมเป็นสักขีพยานตลอดกระบวนการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เจ้าหน้าที่ได้ขอความยินยอมตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งผลการตรวจไม่พบสารเสพติด ก่อนเชิญทั้งนายภานุวัฒน์และดาบตำรวจสนั่น เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อพูดคุยและสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน

ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความ

ผลการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้ขับขี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ในความผิดเกี่ยวกับการใช้รถที่มีท่อไอเสียเสียงดัง ขณะที่นายภานุวัฒน์ได้กล่าวขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมรับปากว่าจะปรับปรุงแก้ไขรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอีก

ด้านสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ระบุว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกนายอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกกรณีที่สังคมให้ความสนใจ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินควบคู่กับการคำนึงถึงสิทธิของประชาชนและการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม