ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) บุกทลายแหล่งผลิตน้ำส้มพร้อมดื่มไม่ได้มาตรฐาน ตรวจยึดเกล็ดส้มกระป๋องจีนลักลอบนำเข้าไม่มีเครื่องหมาย อย. น้ำหนักรวมกว่า 2 ตัน มูลค่ากว่า 5 แสนบาท พร้อมแจ้งข้อหานางสาวลำไพ อายุ 44 ปี กรรมการบริษัท ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
การตรวจค้นและยึดของกลาง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.ท.สถาพร ภู่ระหงษ์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ชวพล เชื้อเพ็ชร์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ. และชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.ท.นพคุณ ทัศนมาลัย สว.กก.2 บก.ปอศ. ตรวจค้น 2 จุดในซอยอ่อนนุช 66 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริษัทแห่งหนึ่งและโกดังไม่ติดเลขที่
ผลการตรวจค้นพบเกล็ดส้มกระป๋องต้องสงสัยหลบหนีศุลกากรจำนวน 112 ลัง แต่ละลังบรรจุ 6 กระป๋อง รวม 672 กระป๋อง แต่ละกระป๋องหนัก 3 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 2,016 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท กระป๋องมีภาษาต่างประเทศแปะอยู่ นอกจากนี้ยังพบน้ำผลไม้บรรจุขวดที่ผลิตจากเกล็ดส้มดังกล่าวและซากกระป๋องที่ใช้แล้ว
พฤติกรรมการผลิตและจำหน่าย
การบุกตรวจค้นสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าบริษัทดังกล่าวลักลอบนำเข้าเกล็ดส้มกระป๋องจากประเทศจีนโดยไม่ขออนุญาตและไม่เสียภาษีอากร ซึ่งสินค้าดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้า อีกทั้งยังนำเกล็ดส้มดังกล่าวมาผลิตน้ำส้มพร้อมดื่มบรรจุขวดจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป
เจ้าหน้าที่สอบถามผู้ดูแลสถานที่ถึงเอกสารพิสูจน์การผ่านพิธีการศุลกากรและการขออนุญาตจาก อย. แต่ไม่สามารถนำมาแสดงได้ ต่อมานางสาวลำไพ กรรมการบริษัท เข้าชี้แจงว่าได้นำเกล็ดส้มที่ตรวจยึดมาผลิตน้ำส้มบรรจุขวดจำหน่ายจริง โดยผลิตในช่วงกลางคืนและขายในเวลากลางวันตามออเดอร์ที่ได้รับ และยอมรับว่าไม่สามารถแสดงเอกสารดังกล่าวได้
ข้อกล่าวหาและคำรับสารภาพ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานางสาวลำไพในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242” อันเป็นความผิดตามมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
เตือนภัยผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดำเนินมาตรการเชิงรุกป้องกันปราบปรามผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีและสินค้าต้องห้าม รวมถึงผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงภาษีอากร ทำให้รัฐเสียหาย พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเลือกซื้อสินค้าบริโภค โดยเฉพาะน้ำผลไม้ ให้เลือกสินค้าได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าสินค้าบริโภคประเภทอาหาร เครื่องดื่ม หรือส่วนประกอบการผลิต ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้า เพื่อความมั่นใจต่อผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการนำเข้าเนื้อหรือเกล็ดผลไม้ หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคและเป็นต้นเหตุโรคระบาดต่อคนและสัตว์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศ



