ไทย-สหรัฐฯ ผนึกกำลังพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล หนุนสตาร์ทอัพไทยโต
ไทย-สหรัฐฯ ผนึกกำลังเศรษฐกิจดิจิทัล หนุนสตาร์ทอัพ

รัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกาได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพไทย คาดว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยได้ร้อยละ 1-2 ภายในระยะเวลา 5 ปี

รายละเอียดความร่วมมือ

ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การพัฒนาเครือข่าย 5G การส่งเสริมการค้าอิเล็กทรอนิกส์ การสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ

นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ และเงินทุนจากนักลงทุนอเมริกัน ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และสร้างงานใหม่ในภาคเทคโนโลยีมากกว่า 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2570

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า "การพัฒนา 5G และระบบคลาวด์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและบริการของไทย"

การสนับสนุนสตาร์ทอัพ

ภายใต้ข้อตกลง สตาร์ทอัพไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนด้านการฝึกอบรมจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น Google และ Microsoft โดยมีเป้าหมายให้สตาร์ทอัพไทยจำนวน 500 รายสามารถเข้าตลาดสหรัฐฯ ได้ภายใน 3 ปี

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งกองทุนร่วมทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพสูง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ข้อตกลงยังเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยไทยและสหรัฐฯ จะแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์และพัฒนามาตรการป้องกันร่วมกัน

นายไมเคิล จี. ฮีธ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า "ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ไทยมีความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ"

บทสรุป

การลงนามข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว