ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสิน Meta-YouTube จ่ายค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์ คดีเสพติดโซเชียลมีเดีย
ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสิน Meta-YouTube จ่ายค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์

ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสิน Meta และ YouTube ต้องจ่ายค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์ ในคดีเสพติดโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 คณะลูกขุนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินประวัติศาสตร์ให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Meta และ YouTube ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายรวม 6 ล้านดอลลาร์ ฐานออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้มีลักษณะเสพติด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของหญิงสาววัย 20 ปี คดีนี้ถือเป็นคดีทดสอบสำคัญที่อาจกำหนดบรรทัดฐานสำหรับคดีความอีกนับพันที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียทั่วสหรัฐฯ

รายละเอียดคำตัดสินและมูลค่าค่าเสียหาย

โจทก์ในคดีซึ่งระบุตัวตนด้วยอักษรย่อ K.G.M. ยื่นฟ้องมาตั้งแต่ปี 2566 ขณะอายุ 17 ปี ปัจจุบันอายุ 20 ปี เธอเบิกความว่าเริ่มเสพติดโซเชียลมีเดียตั้งแต่เด็ก และการเสพติดนี้ได้ซ้ำเติมปัญหาสุขภาพจิตของเธอ หลังพิจารณานานกว่า 40 ชั่วโมง คณะลูกขุนส่วนใหญ่เห็นพ้องให้เธอได้รับค่าเสียหายพื้นฐาน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเสนอค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มอีก 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัทกระทำด้วยเจตนาร้ายต่อเด็กผ่านแพลตฟอร์ม

คณะลูกขุนกำหนดให้ Meta แบกรับความรับผิดชอบร้อยละ 70 ขณะที่ YouTube รับผิดชอบร้อยละ 30 โดยพิจารณาว่าทั้งสองบริษัทรับรู้ว่าการออกแบบแพลตฟอร์มมีอันตรายต่อเยาวชน แต่ล้มเหลวในการเตือนภัยอย่างเพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อความเสียหายของโจทก์ ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ชี้ขาดขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเสียหายทั้งหมด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อโต้แย้งจากบริษัทเทคโนโลยีและความสำคัญของคดี

Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก รวมถึง YouTube ภายใต้เครือกูเกิล ได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินและยืนยันจะหาทางเลือกทางกฎหมาย รวมถึงการยื่นอุทธรณ์ โฆษกของกูเกิลกล่าวว่าคำตัดสินบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ YouTube ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่สร้างขึ้นอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่ไซต์โซเชียลมีเดีย ส่วนโฆษกของ Meta กล่าวว่าสุขภาพจิตของวัยรุ่นเป็นเรื่องซับซ้อนและไม่สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันเพียงแอปเดียวได้

ทีมทนายความฝ่ายโจทก์พิสูจน์ว่าความประมาทเลินเล่อของจำเลยเป็นปัจจัยสำคัญ โดยชี้ให้เห็นถึงฟีเจอร์การออกแบบที่จงใจล็อกผู้ใช้งาน เช่น หน้าฟีดที่เลื่อนได้ไม่สิ้นสุด ฟีเจอร์การเล่นอัตโนมัติ และระบบการแจ้งเตือน อย่างไรก็ตาม คณะลูกขุนได้รับคำสั่งไม่ต้องนำเนื้อหาของโพสต์และวิดีโอที่โจทก์รับชมมาพิจารณา เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามมาตรา 230 ของกฎหมายสื่อสารมวลชนปี 1996

ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์กล่าวว่า คดีในลอสแอนเจลิสนี้มีความสำคัญในฐานะคดีทดสอบที่จะชี้นำการตัดสินคดีอื่น ๆ อีกนับพันที่ยังค้างพิจารณาอยู่ และเปรียบเทียบว่าการตัดสินลักษณะนี้อาจเปิดทางให้มีการฟ้องร้องจำนวนมหาศาลตามมา เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในคดีฟ้องร้องบริษัทบุหรี่ในอดีต

นอกจากนี้ คำตัดสินนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ที่ Meta พ่ายแพ้ในชั้นศาล หลังจากคณะลูกขุนในรัฐนิวเม็กซิโกตัดสินว่าบริษัทก่ออันตรายต่อสุขภาพจิตและความปลอดภัยของเด็ก ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐ คดีนี้จึงอาจส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นในประเด็นสุขภาพจิตและความปลอดภัยของผู้ใช้ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน