มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Meta ยอมรับในการประชุมทาวน์ฮอลล์กับพนักงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การพัฒนา AI เอเจนต์ (AI agent) ของบริษัทไม่คืบหน้าเร็วเท่าที่เขาคาดการณ์ไว้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในองค์กร หลัง Meta ปลดพนักงานหลายพันตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 และทุ่มงบลงทุนด้าน AI มหาศาลถึง 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,830,000 ล้านบาท) ในปีนี้เพียงปีเดียว
ซัคเคอร์เบิร์กยอมรับความล่าช้าในการพัฒนา AI เอเจนต์
ตามรายงานของรอยเตอร์ ซึ่งอ้างอิงคลิปเสียงบันทึกจากการประชุมดังกล่าว ซัคเคอร์เบิร์กระบุว่า ในช่วงอย่างน้อย 4 เดือนที่ผ่านมา ทิศทางการพัฒนาด้านเอเจนต์ของบริษัทไม่ได้เร็วอย่างที่ทีมงานคาดหวังไว้ เขายังยอมรับว่า จังหวะเวลาของแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้คำนวณผิดพลาด และการปลดพนักงานที่ผ่านมาก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น พร้อมระบุว่าแผนดังกล่าวยังไม่บรรลุผลตามที่ตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้
เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ว่า Meta ปลดพนักงานออกหลายพันตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับทิศทางด้าน AI ของบริษัท กรณีของ Meta ยังสะท้อนแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มพบว่าการใช้ AI แทนที่พนักงานมนุษย์นั้นยากกว่าที่คิดไว้มาก จนบางบริษัทถึงขั้นต้องกลับไปจ้างพนักงานที่เคยเลิกจ้างไปกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง
โครงการติดตามพนักงานถูกระงับหลังข้อมูลรั่วไหล
ในการประชุมทาวน์ฮอลล์เดียวกัน ผู้บริหารของ Meta ยังต้องตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นอ่อนไหวอีกเรื่องหนึ่ง คือโครงการติดตามพฤติกรรมพนักงาน ที่มีจุดประสงค์เพื่อบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์ของพนักงานทุกอย่างสำหรับนำข้อมูลไปฝึกโมเดล AI ซึ่ง Meta ต้องระงับโครงการนี้ไปเมื่อเดือนที่แล้ว หลังมีข้อมูลพนักงานที่ละเอียดอ่อนรั่วไหลออกมาภายในองค์กร
แอนดรูว์ บอสเวิร์ธ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Meta ให้คำมั่นว่า หากมีการเปิดใช้โครงการนี้อีกครั้งในอนาคต จะต้องเป็นลักษณะ "แบบสมัครใจ" เท่านั้น โดยระบุในการประชุมทาวน์ฮอลล์ว่า พนักงานที่สะดวกใจสามารถร่วมสนับสนุนการสำรวจข้อมูลลักษณะนี้ได้ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกใจก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ซัคเคอร์เบิร์กมองแง่ดี คาดเห็นผลตอบแทนใน 3-6 เดือน
สุดท้าย ซัคเคอร์เบิร์กยังมองในแง่ดีว่า Meta อาจเห็นผลตอบแทนสำคัญจากการลงทุนด้าน AI มหาศาลนี้ได้เร็วที่สุดภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าแม้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำยังต้องเผชิญอุปสรรคในการนำ AI มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ



